สวัสดีครับอาจารย์

  อ่านเรื่องนี้แล้วย้อนดูตัวเองมากขึ้น  เข้าใจเรื่องจิตอาสามากขึ้น  ผ่านพัฒนาการของความคิดตนเอง  ในแง่มุมที่ไปที่มาของจิตอาสาครับ

  ตอนที่เรียนผมก็มีความคิดหลักอยู่สองส่วนตอนที่ดูแลคนไข้ในฐานะ นศพ.  ครับ

   คือความรู้สึกที่จะมุ่งมั่นเรียนรู้หาคำตอบในแง่ความรู้  วิชาการ ผ่านตัวคนไข้ ผ่านการดูแล

    อีกความรู้สึกหนึ่งคือความรู้สึกเห็นใจ  เข้าใจ  สงสารต่อการเจ็บป่วย  และความทุกข์ที่เกิดขึ้นครับ

   พัฒนาการด้านความรู้สึกนั้นผมว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องจิตอาสาครับ

  ประสบการณืที่สำคัญของการเป็นนักศึกษาแพทย์คือการได้ดูแลผู้ป่วยในบทบาทหนึ่ง  การที่เราได้พูดคุย  และไกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เราได้รับมอบหมาย  อาจจะมากกว่าคนอื่น  มาดูแลเขาเช้าเย็น  และที่สำคัญคือได้อธิบายเรื่องความเจ็บป่วย  ช่วยในการสื่อสารเชื่อมต่อข้อมูลของผู้ป่วยกับพี่  กับอาจารย์ที่ดูแลครับ

    ครั้งหนึ่งตอนปี 5  ผมได้เคสคนไข้มะเร็งระยะสุดท้าย  นอนห้องพิเศษ  ก็มีโอกาศพูดคุย  อธิบาย  บางครั้งได้คุยกันานเป็นชั่วโมงเลยครับ  ดูแลอยู่นานเป็นสัปดาห์  จนสนิทคุ้นเคยกับญาติ  ทำให้เขาไว้วางใจเรามากครับ  ก่อนที่เขาจะกลับไปพักต่อที่บ้าน  ก็ได้กระเช้าอันหนึ่ง  ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตผมเลยครับ  เพราะว่ายังไม่ได้เป็นหมอเลย

   วันนี้รู้สึกดีใจและคิดทบทวนว่าได้ประสบการณ์จากตรงนั้นมากครับ

   ตอนที่จบมาก็เริ่มมีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆครับ  โดยเฉพาะการพบเจอกับเคสที่ซับซ้อน  เต็มไปด้วยปัญหา  ด้วยมุมมองเเห่งความเห็นอกเห็นใจ  การเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้าน  การรับฟัง  และพยามช่วยเหลือหาทางออกให้กับเคสต่างๆ  เท่าที่เราทำได้

   การใส่ใจในผู้ป่วยของเราทุกๆคน  บางครั้งก็นำมาคิดๆ กินนอนเดิน  ถ้ามีคนไข้ที่มีปัญหาที่ต้องแก้แข  เราจะรู้สึกเป็นกังวล  และพยามคิดหาทางออก  จนเมื่อทุกอย่างลุล่วงไป  ก็จะเกิดความสบายใจ  ความสุขมากขึ้นเรื่อยๆครับ

  มันเป็นลูป  เป็นวงจรที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ  มากขึ้นๆ  และขยายไปเรื่องที่ใหญ่ขึ้น  + โลกทัศน์ที่กว้างข้น และการโดด้านภายใน  จากการพยามฝึกฝน

 

   น่าจะกลายเป็นฐานของความคิดเรื่องจิตอาสา  ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆครับ

   อาจารย์หายไปนานนะครับ

  ดีใจมากๆครับได้อ่านบันทึกใหม่ท่านวันนี้ครับ

  ด้วยความนับถือครับ

  สุพัฒน์  Kmsabai