mr. สุมิตรชัย

ไม่เจอกันนาน : ) หวังว่าสบายดีนะคะ

ทางประเทศตะวันตกนี้เค้าก็ "เอาไปทิ้งที่บ้านพักคนชรา" กันมานานแล้วค่ะ

นานจนเค้าเห็นว่าไม่ดี จนเกิด trend ใหม่ที่เรียกว่า "deinstitutionalization" มาได้พักนึงแล้ว

แต่ว่าไม่ได้แปลว่าไม่มีสถานพยาบาลหรือบ้านพักคนชรานะคะ

เพียงแต่เค้าทำที่พักแบบที่เรียกว่า Assisted Living Residence มากขึ้น มันคล้ายๆคอนโดหรืออพาทเม้นท์หน่ะค่ะ แต่มีพยาบาลประจำ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมกิจกรรมยามว่าง (recreational staff) อีกทั้งผู้ช่วยพยาบาลคอยดูแลในกรณีที่ท่านช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันไม่ได้เช่น ต้องมีคนช่วยอาบน้ำเป็นต้น

ว่างๆมัทจะเขียนเรื่องนี้ดู เพราะไปดูงานมาหลายที่แล้ว

อีกเรื่องที่อยากเขียนคือ ลักษณะของบ้านพักคนชราของที่นี่กับที่เมืองไทยก็ไม่เหมือนกันค่ะ  ระดับความเจ็บป่วยต่างกันมาก ที่นี่ถ้าไม่ป่วยมาก เข้าไม่ได้ค่ะ 

ส่วนเรื่องพยาบาลเอกชนที่มาดูแลผู้สูงอายุนี่เมืองไทยก็ีมีแล้วค่ะ

แต่ไม่ได้ทำเป็นระบบใหญ่แบบ "Nurse Next Door" เท่านั่นเอง แบบที่อยากได้คนมาดูแลหรือมาอยู่เป็นเพื่อนวันนี้พรุ่งนี้แล้วหาให้ได้เลย มาไม่ดี่ชั่วโมงก็ได้ แบบนี้คงยังไม่มี แล้วก็ไม่มี "meals on wheel" service บริการส่งอาหาร เพราะบ้านเราหาทานง่ายมั๊งค่ะมัทว่า

ส่วนมากเป็น RN หรือ Care-aide ที่จ้างไปที่บ้าน อาจผ่านหรือไม่ผ่าน agency คล้ายๆกับ agency รับหาพี่เลี้ยงเด็ก

คุณตากับคุณยายตอนก่อนเสียก็จ้างคนมาดูแลค่ะ เพราะต้องมีคนช่วยยกช่วยอุ้ม ดูกันเองไม่ไหว (แต่คุณตาคุณยายมีบุญมากเพราะลูกๆเป็นหมอ พยายาล แล้วก็หมอฟัน แถวน้าคนที่เป็นหมอฟันกับพยาบาลก็อยู่บ้านเดียวกับท่าน คุณแม่มัทที่เป็นหมอก็กลับไประยองแทบจะทุกสุดสัปดาห์) 

มัทชอบที่ทางรพ. รัฐเรามีการเยี่ยมบ้่านมากค่ะ อยากให้ทำเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็อยากให้ทันตบุคลากรออกไปด้วยเป็นครั้งคราว

ผู้สูงอายุในอีก 10-20 ปีข้างหน้านี้ profile เปลี่ยนไป จะมีความต้องการ ความคาดหวังที่เปลี่ยนไป น่าสนใจมากค่ะ ต้องเตรียมรับให้ดีๆ : )

ขอบคุณที่แวะมาลงความเห็นนะคะ