..เมื่อหมู่ชนผู้ประกอบด้วยกิเลสและความหวาดกลัวชอบที่จะมาอยู่รวมกันเพื่อต่อสู้ดิ้นรนกับวัฏสังสาร..แต่การต่อสู้นั้นมิได้กับธรรมชาติอย่างเดียวแต่ต้องชิงดีชิงเด่นเอารัดเอาเปรียบกับชนและหมู่ชนด้วยกัน..ทั้งยังต้องต่อสู้กับผิดชอบชั่วดีในใจตนด้วย..ศาสนาของศาสดาที่ประเสริฐและสาวกของศาสดาที่ประเสริฐองค์นั้นจึงเป็นที่พึ่งและทางออกเดียว.
.ในปัจจุบันมีทั้งความชั่วและความดีเหมือนเช่นในอดีต..มีทั้งความวุ่นวายและความสงบผลุดสลับปรับเปลี่ยนเช่นนี้มากว่ากึ่งพุทธกาลแรกแล้ว..ยังเหลืออีกช่วงไม่ถึงกึ่งพุทธกาลหลัง..สาวกและผู้ศรัทธาของพระศาสดาที่ประเสริฐผู้นั้น..คงต้องเพียรพยายามช่วยกันทำหน้าที่ให้เต็มความสามารถเพื่อเป็นที่พึ่งของส่ำสัตว์และหมู่ชนผู้มืดบอดต่อไปตราบจนหมดลมหายใจ..พร้อมไปกับการเฝ้าพิจารณาตรวจสอบถึงภาวะของตนว่า"เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน "เฉกเช่นเมื่อครั้งพระบรมศาสดาได้ปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างตลอด๔๕ปีของท่านหรือเปล่า...