เรื่อง พระกาลกินคน
โดย...นาวาเอก(พิเศษ) วุฒิ  อ่อนสมกิจ
พิมพ์ลงในนิตยสาร  “ธรรมจักษุ”

พระกาลตามคติโบราณเป็นเทวรูปองค์หนึ่ง  ลักษณะมี 4 กร  ทรงนกแสกเป็นพาหนะ  ชาวบ้านถือกันว่า  ถ้านกแสกร้องแซ้ก  บินถาข้ามหลังคาเรือนของใครในเวลาดึก  เป็นสัญญาณบอกให้รู้ล่วงหน้าว่า  คนที่นอนป่วยอยู่ในเรือนนั้น  จะต้องตายในไม่ช้า  แสดงว่า  เวลานกแสกบินผ่านมาก็เป็นรางว่าพระกาลท่านเสด็จมาเพื่อจะคร่าเอาชีวิตคนเจ็บไป  คนทั้งหลายจึงกลัวนกแสกร้องในเวลากลางคืน

คติทางพระพุทธศาสนา  กล่าวถึงพระกาลองค์นี้ลักษณะเป็นปริศนาธรรมว่า  "มียักษ์อยู่ตนหนึ่ง  มีตาอยู่ 2 ข้าง  ข้างหนึ่งสว่าง  อีกข้างหนึ่งริบหรี่  มีปากอยู่  12 ปาก  มีฟันไม่มาก  แต่ละปากมี  30  ซี่  กินสัตว์ทั่วทั่งปฐพี  ยักษ์ตนนี้คือใคร?"  ท่านถอดใจความไว้ว่า  ยักษ์ตนนี้ก็คือพระกาล  ซึ่งหมายถึงกาลเวลานั่นเอง  ที่ว่ามีตา 2 ตา  ท่านหมายถึงเวลากลางวันและกลางคืน  ที่ว่ามีปากอยู่ 12 ปาก  หมายถึงในรอบ 1 ปี  มี 12 เดือน  และที่ว่ามีฟัน 30 ซี่  หมายถึงแต่ละเดือนมี 30 วัน  เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป  มันกลืนกินชีวิตมนุษย์  และสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเองด้วย

พระพุทธองค์ทรงแนะให้พุทธบริษัทพิจารณาทุกวันๆ ว่า  เรามีความแก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา  ไม่ล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตายไปได้  และเมื่อถึงวาระนั้น  ต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพย์ศฤงคาร  ยศ  ศักดิ์  และฐานะ  มีแต่ผลของกรรมเท่านั้นที่ติดตัวไปได้  จึงควรทำความดีให้มาก

ขณะมีชีวิตอยู่  ควรสำรวจตนเองอยู่เสมอว่า  วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่  และสิ่งที่ทำนั้นคุ้มค่ากับชีวิต  และเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่เพียรไร  ถ้าคุ้มค่าและเป็นประโยชน์นั่นหมายถึงว่า  เราไม่ยอมปล่อยให้กาลเวลากลืนกินเราฝ่ายเดียว  แต่เรากลับกินกาล  คือใช้มันไปอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ที่สุด

http://mahamakuta.inet.co.th/T-BOOK/december-47.html