เรียน อาจารย์ ดร.แสวง
ผมกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์และพันธ์มิตร อีกครั้ง ประเด็น หนี้ภาคประชาชน ปัจจุบัน สถาบัน การเงิน เช่น ธนาคาร หวังผลกำไร ในการให้เกษตรกรกู้ ไปทำการเกษตร
สกรณ์การเกษตร ฯ ทั่วประเทศ กู้เงินจาก ธกส.แล้วก็นำเงินที่กู้จาก ธกส.ไปปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกสหกรณ์ ผมเชื่อว่า ไม่มีสกรณ์การเกษตร ที่ไหนปล่อยกู้สินเชื่อให้เกษตรกร โดยไม่หวัง กำไร
ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ ที่ ดอกเบี้ย สกรณ์จะถูกกว่า ธกส.เกษตรกร ต้องรับภาระดอกเบี้ยที่ ผ่านมติที่ประชุม ของคณะกรรมการบริหารงานสกรณ์ฯ ฉะนั้นหนี้สินของเกษตรกรเป็นเช่นนี้ สกรณ์การกษตรฯที่ถือว่าเป็น "สถาบันที่ตัวก่อตั้งด้วยการรวมตัวของชาวบ้าน ต้องเข้ามาอยู่ ในระบบทุนนิยมอีก โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วจะให้เกษตรกรสมาชิก สหกรณ์ไม่มีหนี้ เกินตัวได้อย่างไร
ความจริง"เชิงประจักษ์" ปีไหนถ้าฝนแล้ง น้ำท่วมเสียหาย ปีนั้น สมาชิกสหกรณ์ฯ ไม่สามารถใช้หนี้สิน กับสหกรณ์ ฯ ได้ ภาวะการเสี่ยงของชาวบ้านเกตรกร เสี่ยงกว่า "นายทุน"(เถ้าแก่)ที่ลงทุนด้านการเกษตรเยอะ เพราะ"นายทุน"ที่ทำธุรกิจด้านนี้ ขูด รีด ด้วยการขายสินค้าการเกษตร เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ปศุสัตว์ แพงมาก พอผลผลิตออก มาแทบใช้หนี้ไม่พอ และบางหลาย เป็นหนี้ต่อ บางสหกรณ์ก็นำสินค้าจากพ่อค้า เถ้าแก่ โดยใช้เคดิตได้
ที่ผมแลกเปลี่ยนกับอาจารย์และพันธมิตร โดย มีแต่ประเด็นปัญหา แต่ทางแก้จะทำอย่างไร ผมมองประเด็นปัญหาทางแก้ แบบผมคิด คือ การแก้ปัญหาระดับชาติ(นโยบายรัฐไม่มีความจริงจัง)ในการแก้ปัญหา แล้วชาวบ้านจะไขปัญหาตัวเอง ไปในทิศทางไหน ที่ผมมองว่ารัฐ ไม่มีความจริงใจในการปัญหานั้น ด้วย เหตุผล กรณีที่มองเห็นคือการ หนี้เสีย สำหรับนายทุน สถาบันการ รัฐเข้ามาแก้ปัญได้ ส่วนหนี้เสียของเกษตรกร รัฐถ่วงเวลาโดยการเข้ามาศึกษาก่อน กว่าจะทำการศึกษาวิจัยเสร็จ เกษตรกรต้องดิ้นรน ในหลายรูป แต่เห็น อำนาจต่อรอง ภาคประชาชนคือกลุ่ม สมัชชาคนจน กลุ่มหนี้เกษตร ที่รวมตัวกันประท้วง ปิดกระทรวงเกษตรฯ,หน้าทำเนียบรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ ปัจจุบันมีน้อยหรือแทบจะไม่มี เป็นโชคดี รมต.กระทรวงเกษตรฯ คนปัจจุบัน ครับ