สวัสดีครับน้อง P เบิร์ด

สึนาิมิีเศรษฐกิจที่มีการเตือนภัยจากการไหวตัวของระบอบวงจรมาเนิ่นนานประมาณ สามถึงสี่ปีได้มั้งคะว่าให้ระวัง..แต่ดูเหมือนว่าคำเตือนจะเป็นเหมือนๆกับระบบเตือนภัยต่างๆในประเทศนี้เลยนะคะี่พี่่บางทราย..ที่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อนถึงจะนึกได้ว่าคุ้นๆเหมือนมีคนพูดอย่างนี้  !

พี่เลยตั้งคำถามกับรัฐบาลใหม่ว่าเราจะมีระบบเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นบ้างไหม ความจริงมันมี แต่อยู่ที่ระบบการส่งออกเสียงมากกว่า พี่เองก็เห็นรายงานของธนาคารต่างๆออกมาบอกเป็นระยะแต่รัฐไม่ได้ขยับอะไรในเรื่องนี้ มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาแก้การส่งออก ทำเหมือนว่าประชาชนชาวยาชาวไร่ไม่มีอยู่ในประเทศนี้แน่ะ 

ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วน่ะค่ะพี่บางทรายสำหรับ " การเรียกร้องการอุ้มชูจากรัฐ " ในหลายๆเรื่องราว ตั้งแต่การพยุงราคาข้าว  การประคับประคองสถาบันเงินฝาก  การไม่ยอมกินไก่ของคนไทย ฯลฯ  จนกลายเป็นความเคยชิน ภายใต้ความรู้สึกนึกคิดที่ว่ามันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทางภาครัฐ รัฐบาลจะต้องเข้ามาทำการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน  ไม่ว่า่ปัญหาความเดือดร้อนนั้นจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม.. ..แต่่เราเห็นการรวมกลุ่มเพื่อพึ่งพาตนเอง การจัดตั้งสหภาพหรือสหกรณ์  หรือการเฝ้าจับตาระแวดระวังนโยบายของส่วนบริหารประเทศได้ีน้อยเต็มทีเลยล่ะค่ะพี่บางทราย

พี่ก็ว่านั่นแหละ ประชาชนต้องพี่งตัวเองมากกว่าที่จะพึ่งรัฐ  แต่นักการเมืองก็เข้าไปสร้างความหวัง จนชาวบ้านก็พลอยเออ ออห่อหมกไปด้วย นักการเมืองก็อ่านจุดอ่อนชาวบ้านได้ว่าจะทำอย่าวไรจึงจะได้คะแนนนิยม แล้วก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร น้อยมากๆ ไอ้ที่แก้ก็เขียนชื่อตัวเองลงไปเต็มที่เลย เหือนประกาศว่า นี่ถ้าไม่ได้ผมละก้องานนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอกนะ  แต่เงินนั้นเป็นภาษีชาวบ้านทั้งน้านนน น่าเขกหัวเข่านักเชียว นักการเมืองการบ้านเนี๊ยะ

นโยบายประชานิยมเป็นนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ได้ตรงจุดมากๆเลยนะคะพี่บางทรายตั้งแต่ที่อยู่อาศัย  ยารักษาโรค  ความสะดวกสบายต่า่งๆ ฯลฯ ( เอาเงินไปให้ถึงบ้าน  )  จึงเป็นนโยบายที่ " โดน " ซะ เหลือเกินนะคะพี่บางทราย และไม่มีรัฐบาลไหนทำอย่างนี้มาก่อนซะด้วยสิคะ ..( แต่ต่อไปน่าจะมีคนเดินตามเยอะอยู่ค่ะ เพราะมัน " ขาย " ได้ และโปรโมชั่นน่าจะหวือหวาขึ้นเรื่อยๆ อิ อิ )

โป๊ะแชะเลย  สหานที่รบกับรัฐบาลมาเป็นสิบปีก็ชมเปาะว่านโยบายกองทุนนี้ เยี่ยมจริงๆ เข้าถึงชาวบ้านโดนตรง....อื้อ  อ้า...พูดไม่ออกน่ะน้องเบิร์ด

เราถูกบังด้วยมายาภาพของการตลาดที่ฉลาดสุดๆเลยล่ะค่ะ " สื่อ " จึงมีความสำคัญมากๆอย่างที่พี่บางทรายเคยทิ้งไว้ในบันทึกของเบิร์ืดจริงๆ  ภาพลวงตาที่ผ่านสื่ออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนชินชา ทำให้เราเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีหรือฟุบอยู่ที่ี่คนๆเดียว ไม่มีใครที่เข้าถึงคนได้อย่างมากมายหลากหลายและรวดเร็วได้ดีเท่าสื่อ  พลานุภาพของสื่อจึงเกินความคาดหมายเสมอเลยนะคะ..ถ้าสื่อมีความรับผิดชอบและนำเสนองานคุณภาพทำงานหนักแบบเชื่อในอุดมการณ์ว่า " สื่อมวลชนคือพลังของประชาชนอย่างแท้จริง " ..เราคงดีกว่านี้น่ะค่ะ

สื่อก็เพื่ออยู่รอด เขาจึงรู้จุด ซื้อแม่งมันเลย ทำมาย ฮามีเงินซะอย่าง คิงอย่ามาอู้ย่อยนะบ่ะ

มันเป็นเช่นนี้แล...