เรื่องเล่าคือการวาดภาพในใจ เป็นภาพต่อเนื่อง

ภาษาบรรยายของบางคน คือการวาดภาพในใจเช่น กัน แต่เป็นภาพเดี่ยว

ทำไมวาดภาพจึงสำคัญต่อการสื่อสาร

อาจเพราะเราชินกับภาษาประจำวันที่เป็นนามธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหมดความสามารถที่จะวาดภาพในใจ เมื่อสื่อสาร จึงสื่อสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งอยู่ในระดับผิวนอกของการรับรู้ สามารถล่อนหลุดกระเทาะแตกได้ง่าย ส่งต่อแทบไม่ได้

นิทานจำนวนมาก ก็เป็นภาพวาดลายเส้นที่สะท้อนให้เห็นเหตุการณ์จริงในมุมมองที่ตลกขบขัน เนื่องจากเป็นภาพวาด จึงเข้าไปในใจได้ง่าย วันดีคืนดีภาพวาดลายเส้นเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริงแล้วเราเห็นทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นแบบคู่ขนาน เราก็จะรู้สึกว่าทั้งสองเรื่องไม่ได้ต่างกันเลย และผลที่เกิดขึ้น ก็คือ เราจะพยายามปรับตัวเพื่อไม่กลายเป็นตัวตลกในเรื่องไปเสียเอง

ตัวอย่างเช่น นิทานองุนเปรี้ยวมะนาวหวาน สะท้อนให้เห็นปฎิกิริยาตอบสนองของเรายามไม่รู้ตัวต่อเรื่องที่เข้ามากระทบอย่างไม่เป็นดั่งใจ

มองในแง่นี้ "เรื่องเล่า-นิทาน-บันทึกเหตุการณ์-ภาษาเชิงภาพพจน์" จึงเป็นการบีบอัดชีวิตจริงหรือเหตุการณ์จริงลงมาเป็นภาพ (ลายเส้น-ภาพถ่าย-ภาพยนต์) ทำให้บีบอัดข้อมูลได้แน่นมากและเร็ว ส่งง่าย ถึงผู้รับแน่ แต่จะมีผลกับเขาหรือไม่ ขึ้นกับความสุกงอมทางวุฒิภาวะของผู้รับ