พุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ไม่ได้แตกต่างจากเถรวาทมากเลย เพราะ มหายานได้กล่าวถึงเรื่องนิพพาน ในปรัชญาปารมิกตาหฤทัยสูตร อย่างชัดเจน และกล่าวถึงนิพพาน ถึง 3 ระดับ (นิพพานของมหายาน นั้นเหมือนกับทางเถรวาทแน่นอน).

เพราะมหายานไม่ได้ปฏิเสธคำสอนของเถรวาทเลย หากแต่ ยังไม่พอที่จะสงเคราะห์สัตว์โลก จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน ให้ถูกกับจริต ของแต่ละบุคคล

 ศีล  ทางมหายาน นั้นมีศีล สำหรับ คฤหัสถ์ เหมือนกันกับทางเถรวาท แต่มีข้อปฏิบัติมากกว่า และยากลำบากกว่า คือ นอกจากจะถือศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล (สามเณร)  ศีล 250 (ภิกษุ) 508 ข้อ(ภิกษุณี) ยังต้องถือศีลโพธิสัตว์ อีก 58 ข้อ การรับศีลโพธิสัตว์ของมหายานจะรับครั้งเดียว เท่านั้น...

 มหายานไม่ได้ถอดถอนสิกขาบท หรือศีล ซึ่งเป็นความเชื่อของทางเถรวาท ที่สอนมาผิด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ซึ่งหากศึกษาที่จริงแล้ว มหายาน กับเถรวาทยึดพระวินัยปิฏกฉบับเดียวกัน  (ศึกษาได้จากสิกขาบทอุตรนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม)

ทาน ในทางมหายาน นั้น ไม่ได้หมายถึงว่าการให้ทานเฉพาะในโลกธาตุภพภูมิแห่งมนุษย์เท่านั้น หากมีแต่การให้ทานในโลกธาตุอื่น เช่น นรกภูมิ (พิธีโยคะตันตระเปรตพลีโยคะกรรม)

 หลักจริง ๆ ของมหายาน ที่จุดเด่น คือ เรื่องโพธิจิตตฺ ซึ่ง มหายานสอนเรื่องการดำเนินชีวิตประจำวัน ในเรื่องของความกรุณา ปราถนาให้ผู้อื่นได้เป็นสุข จากผู้เป็นสุขให้สุขยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการก้าวสู่การเป็นโพธิสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องบำเพ็ญทศปารมี ตามวิถีทางแห่งโพธิสัตว์

 

จุดเด่นอีกข้อของมหายานอีกข้อ คือเรื่อง ของสภาวะความเป็นพุทธาตุ หรือ อีกความหมายหนึ่ง คือ ทุกคนสามารถตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เหมือนกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ 

 พุทธเจ้า ท่านไม่ได้เป็นอะไรที่สูงเกิน ไปจนทุกคนไม่สามารถปฏิบัติตามท่าน แล้วไม่ประสบความสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าได้เลย

 สภาวะความพุทธะของมนุษย์ในมหายานไม่ได้แบ่งเพศ ชาย-หญิง เพราะการปฏิบัติตามคำสอนหรือการเข้าถึง รวมถึงการบวชมหายานนั้น ไม่ได้แบ่งเพศชายหญิง ผู้หญิง กับผู้ชายเสมอกัน

ยังมีอีกหลาย ๆ ๆๆ เรื่อง ที่คนไทยยังไม่รู้.....มหายาน...เพราะ การรับรู้ และสื่อที่ออกมานั้น ไม่เข้าใจพื้นฐาน วัฒนธรรม การสืบทอด และประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ในการประยุกต์ หรือ ถ่ายทอดคำสอนนั้น