สวัสดีครับ

P

คุณอึ่งอ๊อบ

  • เมื่อกลับถึงบ้าน พวกเด็กๆคงไม่ได้กินอะไรแปลกๆหรอกครับ เพราะคุณสมจินกะเจ้าน้ำฝนจะเป็นคนจัดการเมนูประจำวัน วันไหนคุณแม่ไม่อยากทำ หรือมีเมนูไม่น่าสนใจ หรือวันไหนเจ้าน้ำฝนดูทีวีได้เมนูน่าสนใจมาล่ะก้อ วันนั้นเจ้าน้ำฝนก็จะเป็นแม่ครัวเองครับ ผมกะน้องน้ำฟ้า เป็นเพียงขุนพลอยขยับ รอกินกับครับ
  • ถ้าข้าวแช่เย็นในตู้เย็น 4 องศา ระบบในตู้เย็นจะดูดน้ำออกจากข้าว ทำให้ข้าวแข็งขึ้น ยุ่ยๆ ขึ้น ทานไม่อร่อยเหมือนข้าวหุงใหม่ แต่ถ้าแช่แข็ง ลักษณะตอนแช่จะแข็งโป๊กเหมือนอาหารแช่แข็งปกติ ที่เขวี้ยงไปโดนหัวใครก็แตก พอจะทานก็เอาออกมาอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน ลักษณะจะเหมือนกับข้าวหุงใหม่ ไม่มีผิดเลยครับ ทานได้อร่อยไม่แพ้กัน
P น้องเอกครับ
  • การทานข้าวให้อร่อย ไม่ได้อยู่ที่รสชาดของข้าวเพียงอย่างเดียว หัวใจของมันอยู่ที่การเข้าครัว ช่วยกันทำกับข้าว ช่วยกันหยิบ ช่วยกันจับครับ เสร็จแล้วค่อยมานั่งจ้องหน้า ทานด้วยกัน
  • รสชาดเป็นเพียงส่วนหนึ่งครับ บรรยากาศเป็นส่วนเสริม  จะปิดไฟแล้วจุดเทียนสลัวๆ เปิดเพลงบรรเลงเย็นๆ เหมือนบ้านคุณติ๋วก็มีส่วนช่วยให้เจริญอาหารได้มากขึ้นครับ แม้ว่าจะเป็นข้าวไข่เจียวก็ตาม
  • รวมๆสิ่งเหล่านี้ คงจะเรียกว่าจิตวิญญานตามที่คุณเอกเข้าใจมั้ยครับ
P คุณแป๊ดครับ
  • ผมเองก็เช่นเดียวกับคุณแป๊ดครับ เรามองข้ามเรื่องการถนอมข้าวเก็บไว้กินนานๆโดยรสชาดของข้าวไม่เปลี่ยนไปครับ อาจเป็นเพราะเราหุงข้าว ทำอาหารกันทุกวัน เป็นชีวิตประจำวันปกติ แถมยังมี หมู หมา กา ไก่ อยู่ข้างบ้านที่ต้องหาให้ช่วยทานด้วย เมื่อมีข้าวเหลือ ก้อเลยไม่ใช่ปัญหา จึงมีโอกาสทำอานิสงด้านการบริจาคทานอยู่เป็นนิจ
  • ลองดูซิครับ ผมคิดว่ารสชาดไม่เปลี่ยนครับ ทานได้ เป็นข้าวร้อนๆ แบบหุงใหม่ๆ ด้วย อีกอย่างจะได้ช่วยกันใช้ไมโครเวฟด้วย เพราะเป็นอีกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่บ้านผมใช้ไม่ค่อยคุ้มค่าครับ เพราะปกติใช้เตาไฟเป็นหลัก
P อาจารย์จันทวรรณครับ
  • ผมมาได้ครบอาทิตย์ไปเมื่อวานนี้ครับ เหลืออีก 80 วัน จะได้กลับบ้านเสียที
  • รายการทีวีแชมเปี้ยน ที่ว่า 10000 เยน ให้อยู่ 1 เดือนนั้น ถือว่าโหดมากครับ เพราะจะผักจะหญ้า ที่นี่อย่างน้อยๆ ก็เริ่มต้นกันที่ 300 เยนแล้วล่ะครับ ข้าวตามร้านทั่วไปเหมือนที่เรากินข้าวแกง อย่างน้อยก้อ 500 เยนขึ้นไปครับ เปรียบไปก็ไม่ต่างกับถ้าอยู่บ้านเรา ให้ใช้เงิน 500 บาทใน 1 เดือนหรอกครับ ทำได้ครับ แต่คงทรมานน่าดู