- สวัสดีครับน้องสิงห์
- ขออภัยที่ตอบช้าครับ นอกจากวันนี้เข้าบ้านช้าแล้ว ระบบยังรวนๆยังไงไม่รู้
- ญาติพี่น้องพี่เป็นข้าราชการกันมาก รวมทั้งภรรยาของพี่เองครับ ก็ทราบดีว่าระบบเป็นอย่างไร นี่เธอร่ำๆจะลาออกมาก็หลายครั้ง แต่ด้วยความรักสถาบัน รักพี่รักน้องๆ จึงอยู่จนทุกวันนี้
- บางครั้งก็ซมซานกลับมาบ้านแบบหมดอาลัยตายอยาก บางครั้งก็หึกเหิม เกินตัว
- แต่ที่แน่ๆ พี่เห็นเธอทำงานหามรุ่งหามค่ำ และนั่งหลับบนเก้าอี้มาเป็นปี แล้ว นั่งหลับบนเก้าอี้ทำงานที่บ้านจริงๆ ทำงานกันยันสว่างเลยก็บ่อย เพื่อทำให้ต่อเนื่อง ให้จบ ให้เสร็จ น่ะซี ทุ่มกันหมดหน้าตักเลยแหละ
- ตลอดที่พี่ทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาก็เป็นงานของราชการนี่แหละจึงรับรู้ช่องโหว่มากมาย แต่ก็ตั้งใจทำอยู่ เพื่อนฝูงที่เป็นใหญ่เป็นโตก็คุยกันว่า หากตรงเป็นไม้บรรทัด ก็อยู่ไม่ได้ หากปล่อยให้ล่องลอยไปตามกระแสมันก็ฝืนอุดมการณ์ จึงตั้งใจทำ และขณะเดียวกันก็รักษาเนื้อตัวไปด้วย ..อิ อิ..
- บางครั้งพี่ยกหูโทรศัพท์คุยกับระดับสูงของหน่วยงานเรื่องปัญหาในพื้นที่ ท่านก็ช่วยจัดการให้เต็มที่ แต่บางครั้งท่านก็บอกว่า เออ รับรู้มาซะหูแฉะแล้ว หากจะฟาดฟันกันละก็ ไม่มีวันหมด และก็ยุ่งกันไปทั้งชีวิตแหละ เอาว่าบางเรื่องก็ทำเป็นไม่เห็นไปซะ..เมื่อถึงเวลา จังหวะก็ค่อยจัดการทีเดียว...
- คนดีดีที่พี่ทำงานด้วยมีมากครับ แต่ระบบนี่แหละที่เป็นพันธนาการไป จนคนดีขยับอะไรไม่ได้มาก
- พี่ยังคิดว่าหากท่านที่ทำงานพื้นที่ดงหลวงเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้งมากกว่านี้สักหน่อย งานจะก้าวหน้าไปมากมาย
- เมื่อข้าราชการ คือฐานหลักของระบบบริหารประเทศ หากไม่ปรับตัวนะครับ เวียตนามเขาปกครองด้วยสังคมนิยมวิ่งแซงประชาธิปไตยแบบไทยไทยไปแล้ว เขาเพิ่งฟื้นตัวจากสงครามด้วยซ้ำไป
- อย่างแหล่งน้ำที่พี่เสนอในบันทึกนี้ มากมายจริงๆ แต่การใช้ประโยชน์น้อยมาก ทั้งๆที่เป็นพื้นที่โครงการพระราชดำริ ที่พระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดมาให้ ในที่ประชุมก็หลายครั้งที่ราชเลขาตำหนิว่างานไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร นี่ก็สองสามปีไปแล้วก็ไม่เห็นเปลี่ยนแปลงอะไรดังที่ท่านเป็นห่วงเลย
- พี่ยังดีใจที่พบและรู้จักน้องสิงห์ ข้าราชการที่เป็นน้ำดีของระบบ มาให้ชื่นใจ