วันที่สองของการอบรม Super teacher เป็นการปฏิบัติการโดยนำเอาทฤษฏี
ที่พูดถึงในวันแรกเป็นฐานความรู้
หากลองพิจารณาดู(แบบไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรือหลงตัวอยู่ในกะลาว่าฉันเก่งแล้ว)
พบว่าในมุมมองเรื่องความเสียสละ-จริยธรรมแล้ว เราก็ไม่แพ้ใคร
เราเสียสละสอน เราเหนื่อย
โดยไม่ได้มองที่อัตราค่าตอบแทน(ไม่ต้องเทียบกับอัตราค่าสอนที่
กรุงเทพฯ จ่ายกัน) เพราะถ้าเราไม่ทำเช่นนี้แล้ว ใครจะทำ
มหาวิทยาลัยก็บอกว่ารับได้จำกัด แล้วเด็กๆที่
สอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้จะทำอะไร เรียนที่ไหน จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น
ซึ่งเราก็ absorb ให้มาเป็นเวลานาน ซึ่งเคยพูด
เคยวิเคราะห์กันแล้ว
การทำ KM ให้สำเร็จนั้นจะทำอย่างไร?
เป็นปัญหาที่วิทยากรตั้งขึ้นมาให้พวกเราคิดกัน ซึ่งบางกลุ่มมองว่า
มันไปสัมพันธ์-สอดคล้อง กับ กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา
ที่พวกเราพอมีประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์และทำมาจนถึงขีดสุดแล้ว
กล่าวคือ เราวิเคราะห์ปัจจัยของปัญหาภายในที่เราควบคุมได้
เราจะทำอย่างไรให้การเรียน การสอนมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ
ตามดรรชนีชี้วัด ซึ่งเราก็ทำกันมามากกว่า 2 ปี และก็ได้ระดมความคิด
และดำเนินการแก้ไขปัญหา และปฏิบัติการ
กับทรัพยากรณ์(ทั้งทรัพยากรณ์มนุษย์และทรัพยากรณ์สนับสนุนอื่นๆ)
เท่าที่มีอยู่ อย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งมีผลงาน เอกสาร
ปรากฏให้เห็นชัดเจน ผมเชื่อว่าการอบรม KM นั้น เป็นส่วนหนึ่ง
กระบวนการคุณภาพ
และเชื่อว่าทุกคนก็ทำอยู่แต่มีขอบเขตอยู่ที่รายละเอียดขององค์กร
(content)
ในอดีตที่ผ่านมา วิทยากรอบรมหลายๆ คน
หรือแทบทุกคนมักชอบบอกว่า มันอยู่ที่ตัวคุณ พัฒนาที่ตัวคุณเองก่อน
พัฒนาจากทรัพยากรณ์เท่าที่เรามีอยู่ให้ดีที่สุดเสียก่อน
แก้ปัญหาที่ปัจจัยภายในก่อน เราควบคุมได้
วันนี้เราบอกได้ว่าเราทำกันมาแล้ว เฟืองตัวเล็กๆ กลุ่มนี้ หมุนจี๋
จัดจนจะพังแล้ว ซึ่งถ้าเฟืองตัวใหญ่ไม่เริ่มหมุนวันนี้
(การพัฒนาปัจจัยภายนอก) เฟืองตัวเล็กๆ กลุ่มนี้
มันจะพังลงเพราะรับแรงไม่ไหวอีกต่อไป (แม้จะหยอดน้ำมันหล่อลื่น
แบบSynthetic ก็ตาม วันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความฝืด
หากแต่อยู่ที่ภาระโหลดของ
กลไกขับเคลื่อนที่มากเกินกว่าที่จะรับได้
การใช้เฟืองทดทำงานเกินกว่าภาระที่มันรับได้ เกลียวมันก็ขาด
ตามกฏของแรง เป็นธรรมดา)
การทำ KM ให้สำเร็จนั้นจะทำอย่างไร?
วันนี้ บริบทนี้ ถึงเวลาแล้วที่ เฟืองตัวใหณ่ต้องหมุนตาม ซึ่งจะ
Feedback กลับไปที่ จะ Knowledge Acquired อย่างไร Share อย่างไร
Apply อย่างไร ซึ่งเป็นของกล้วยๆ
มากสำหรับอาจารย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนั้นๆ
ผมเชื่อว่าเขาทราบปัญหานี้ดีกว่าผู้อื่นแน่นอน
และเป็นเรื่องเล็กมากที่จะดำเนินการ
ตามทฤษฏีการบริหารจัดการองค์ความรู้ ของอาจารย์จิระ
(ที่เรายอมรับว่าเข้าใจง่าย และสุดยอดจริงๆ)
โดยสรุปก็คือ
ขอแค่เพียงแก้ไขปัจจัยพื้นฐานให้ได้ก่อนคือ
วันก่อนเราจัดการกับปัจจัยภายในแล้ว
เราหมุนกันจวนจะพังใกล้ถึงขีดสุดแล้ว วันนี้
เฟืองตัวใหญ่ต้องหมุนคือ……การจัดการอาคารสถานที่
การจัดการทรัพยากรณ์มนุษย์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ซึ่งเป็นวัตถุ
ให้เพียงพอให้ได้ บรรยากาศการทำงานที่ดีจะตามมา
ผมเชื่อในคุณค่าของทรัพยากรณ์มนุษย์
มิสเตอร์ก๊วก
วิทยาศาสตร์
เป็นศาสตร์เฉพาะ ผมเชื่อว่าอาจารย์ทุกคนรู้จริง และลึกซึ้งถึงแก่น
ครับ หากแต่อาจจะไม่ค่อยสดนัก เพราะบริบทเฉพาะของเราเท่านั้น
และโดยธรรมชาติของครูวิทยาศาสตร์แล้ว
และเราเชื่อว่าเราเป็นแม่แบบของครูที่ไม่เป็นรองใคร
ถ้ารู้ไม่จริงจะไม่พูดหรือนำไปสอนแน่นอน
ต้องไปค้นคว้าและพิสูจน์มาให้ได้เสียก่อน
ยิ่งหากข้ามศาสตร์แล้วผมจะให้เกียรติทั้งวาจาและแสดงออก
ผู้ที่อยู่ต่างศาสตร์นั้นอย่างมากเสมอ