(ต่อครับ)
โสตะก็ฉันนั้น โสตะฉันใด จักษุก็ฉันนั้น ใช่ไหม พึงย้อนถามว่า มุ่งความหมายแง่ใด ถามใด หมายถึง แง่ใช้ดูหรือเห็น ก็ไม่ใช่ แต่ถ้ามุ่งความหมายแง่ว่าไม่เที่ยงก็ใช่
- ฐปนียปัญหา ปัญหาที่พึงยับยั้ง หรือพับเสีย ไม่ควรตอบ เช่น ถามว่า ชีวะกับสรีระ คือ สิ่งเดียวกันใช่ไหม พึงยับยั้งเสียไม่ต้องตอบ
นี้ก็เป็นเพียงตัวอย่างสั้น ๆ ง่าย ๆ
เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น
เมื่อว่าโดยใจความ
ปัญหาแบบที่ 1
ได้แก่
ปัญหาซึ่งไม่มีแง่ที่จะต้องชี้แจงหรือไม่มีเงื่อนงำ
จึงตอบแน่นอนลงไปอย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันที เช่น
อีกตัวอย่างหนึ่งว่าคนทุกคนต้องตายใช่ไหม
ก็ตอบได้ทันทีว่าใช่
ปัญหาแบบที่ 2
ได้แก่ แง่ซึ่งจะต้องมีเรื่องที่จะต้องชี้แจง
โดยใช้วิธีภัชชวาทต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว
ปัญหาแบบที่ 3
พึงย้อนถามความเข้าใจกันก่อนจึงจะตอบ
หรือตอบด้วยอาการย้อนถาม หรือสอบถามไปตอบไป อาจใช้
ประกอบไปกับการตอบ
แบบที่ 2 คือ ควบกับวิภัชชพยากรณ์ในบาลี
พระพุทธเจ้าทรงใช้วิธีย้อนถามบ่อย ๆ และด้วยการทรง
ย้อนถามนั้น ผู้ถามจะค่อย ๆ เข้าใจสิ่งที่เขา
ถามไปเอง หรือช่วยให้เขาตอบปัญหาของเขาเอง
โดยพระองค์เพียงทรงชี้แนะ แง่คิดต่อให้ ไม่ต้องทรงตอบ
ส่วนปัญหาแบบที่ 4 ซึ่งควรยับยั้ง
ไม่ตอบ ได้แก่ คำถามเหลวไหลไร้สาระจำพวก
หนวดเต่าเขากระต่ายบ้าง
ปัญหาที่เขายังไม่พร้อมที่จะเข้าใจ จึงยับยั้งไว้ก่อน
หันไปทำความเข้าใจ
เรื่องอื่น ที่เป็นการเตรียมพื้นของเขาก่อน
แล้วจึงค่อยมาพูดกันใหม่หรือให้เข้าใจได้เองบ้างปัญหาที่ตั้งมาไม่ถูก
โดยคิดขึ้นจากความเข้าใจผิด
ไม่ตรงตามสภาวะหรือไม่มีตัวสภาวะอย่างนั้นจริง เช่น
ตัวอย่างในบาลี มีผู้ถามว่า ใคร เป็นต้น
ซึ่งไม่อาจตอบตามที่เขาอยากฟังได้
จึงต้องยับยั้งหรือพับเสีย อาจชี้แจง เหตุผลในการไม่ตอบ
หรือให้เขาตั้งคำถามใหม่ให้ถูกต้องตามสภาวะ
เรื่องโยนิโสมนสิการ ขอกล่าวไว้โดยย่อ เพียงเท่านี้ก่อน
และขอสรุปโดยทวนหลักการทั่วไป
เมื่อมีโยนิโสมนสิการสัมมาทิฎฐิ
ก็เกิดขึ้นได้
เมื่อสัมมาทิฎฐิเกิดขึ้นองค์ประกอบมูลฐานของมรรควิธีแห่งการแก้ปัญหา
หรือมรรคาแห่งความดับทุกข์
จากนั้นกระบวนการแห่งการศึกษาก็ดำเนินต่อไป
ที่มา
http://mylesson.swu.ac.th/hm102/hm102_lesson8.htm
http://mylesson.swu.ac.th/hm102/index.htm
Copyright © 2004. HM102 People, Reasoning and Ethics.<SWU> All Rights Reserved.