การทำ KM ต้องคำนึงถึงบริบทขององค์กร
ผมเชื่อในคุณค่าของทรัพยากรณ์มนุษย์ ประสิทธิภาพของสมาชิกในองค์กรทุกคน และเชื่อว่าหลายๆ คน เข้าใจและกำลังพยายามปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ยังไปไม่ได้เท่าไรนัก เนื่องจากบริบทขององค์กร เป็นตัวบีบให้เป็นอย่างที่เป็นเช่น
1.ภาระงานสอนที่ค่อนข้างหนัก บางคนสอน 16 คาบต่อสัปดาห์ และมีสอนภาคพิเศษ เสาร์-อาทิตย์ก็ยังมีสอนอีก จำนวนนักศึกษาก็ 50 คน ต่อ ห้อง ส่งสัยว่าเอาเวลาที่ไหนมาตรวจงาน เอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิด
2.โดยธรรมชาติขององค์กรเกิดจากความไม่พร้อม เช่นเปิดสอนไปก่อนการอนุมัติหลักสูตร บางหลักสูตรนักศึกษาใกล้จะจบแล้วยังไม่ได้อนุมัติหลักสูตร แล้วใช้ช่วงเวลาบีบ หรือเปิดสอนขณะที่เครื่องมือยังไม่พร้อม หรือไม่เพียงพอ
3.ในสมัยก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัย ผู้บริหารมีนโยบายส่งคนไปเรียนต่อน้อยมาก เมื่ออนาคตมาถึงจึงไม่มีบุคลากรที่มีคุณวุฒิเพียงพอ ต่อการขยายงานและการแข่งขัน ซึ่งส่งผลการจะพัฒนาต้องเสียเวลาไปอีกระยะหนึ่งซึ่งต้องเข้าใจบริบทนี้
4.วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่พึงประสงค์ ที่จริงไม่ควรเรียกวัฒนธรรม ขอเรียกเป็นพฤติกรรมจะเหมาะสมกว่า เช่น มาสาย กลับก่อน กลับป่าหวายระหว่างประชุมหรือสัมมนา หรือเห็นความสำคัญของงานอื่นมากกว่า หรือเข้าเข้าออก ออก ห้องประชุม หรือจัดประชุมซ้อนกัน ขาดการจัดเวลาที่เหมาะสมเป็นต้น
5.การเรียนรู้ทฤษฏีย่อมกระทำได้ไม่ยากนัก แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมยากมาก
6.ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ของตัวเอง/ครอบครัว จึงต้องสอนภาคพิเศษมาก
7.บริบทของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
7.1 เป้าหมายการเข้าเรียนแตกต่างกัน เช่น มาเรียนเพื่อเอาวุฒิ เอาความรู้จริงๆ ตามเพื่อน
7.2 ผู้เรียนส่วนใหญ่ยากจน และคุณภาพผู้เรียนถูกกรองออก ก่อนมาถึงมหาวิทยาลัยหลายชั้น ทำให้ได้คุณภาพต่ำ
ฯลฯ
ดังนั้น
1. การแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ค่อนข้างเป็นไปได้ดวยความยากลำบากต้องใช้ความพยายามมาก
2. การแชร์ความรู้ค่อนข้าง จัดยากเนื่องจากเหตุผลข้อ 1 4 5 6
3. การนำองค์ความรู้ สด ไปใช้สอนผู้เรียนให้ตรงความต้องการของผู้เรียน และนำไปใช้ประโยชน์จริง ก็ต้องใช้ความพยายาม ทำตามข้อ 1 2 ให้ได้เสียก่อนถึงจะเกิดข้อ 3
สรุปแล้วจะให้เกิดผลสำเร็จต้อง อดทน พยายาม และพยายาม
การจะทำ KM ให้ประสบผลสำเร็จได้ จะต้องคิดถึงบริบทขององค์กรเป็นลำดับแรก ระดับความสำเร็จขึ้นกับหัวเรื่อใหญ่ที่มีคณะบดีเป็นผู้คุมหางเสือและขับเคลื่อนด้วยกำลังฝีพายคืออาจารย์ทุกคนในคณะ ถ้าไม่ช่วยกันพาย เรือลำนี้จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร คนในเรื่อก็คงเห็นเรือลำอื่นวิ่งแซงไปลำแล้วลำเล่า เอ แล้วเหตุที่ฝีพายในเรือไม่ยอมออกแรงพาย มันเกิดจากอะไร นะ น่าคิดเหมือนกัน หมดแรง? เป็นง่อยเบลี้ย? พายไม่มี? พายหัก? ไม่มีที่ให้นั่งพาย? ไม่มีอาหารนำดื่มเพียงพอ? เลยหมดแรงเลยไม่พาย หรือพายมานานแล้วเรือไม่เคลื่อนเลยพักพายก่อน? หรือการพายเรือก็เหนื่อยอยู่แล้ว ต้องต่อสู้ เพื่อให้ได้พาย ขณะที่คนอื่นหยุดพาย แล้วจะต่อสู้เพื่อจะพายทำไม คนอื่นไม่พายก็สบายดี พายไปเรื่อก็ไม่เคลื่อน? อะไรทำนองนี้
อย่างไรก็ตามขอเอาตัว และใจช่วย ทุกคนในคณะวิทย์ ให้ทำ KM ให้ประสบผลสำเร็จครับ
ขอบคุณครับ
มิสเตอร์ก๊วก