หว่างหย่งชิ่งกับระบบการอบรมบ่มเพาะบุคคลากร

หวางหย่งชิ่ง ราชันนักธุรกิจแห่งไต้หวันเห็นว่า วิสาหกิจที่ประกอบการโดยไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอบรมบ่มเพาะบุคลากรของตัวเอง หวัแต่โชคช่วยหรือดึงคนมาจากที่อื่น จะไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง ในอีกแง่หนึ่ง ถ้าต้องการยกระดับประสิทธิภาพและประสทิธผลการทำงานให้สูขึ้นมิได้ขาด พนักงานทั้งหมาดจะต้องเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอันถึงมี ซึ่งก็มีแต่ถึ่งการฝึกผนอบรมบ่มเพาะบุคลากรเท่านั้น วิธีดึงคนมาจากที่อื่น ถึงอย่างไรก็ไม่อาจยกระดับคุณสมบัติของพนักงานทั้งหมดโดยรวม

เครือปิโตรเคมี ไถซู่ ของเขาเห็นพนักงานบริษัทเป็นทรัพย์สินของบริษัท จะให้การอบรมบ่มเพาะอย่างดี เพื่อเสริมศักยภาพการพัฒนาของบริษัท หลินชงหมิง หัวหน้าคณะบริหารบุคลากร สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กล่าวว่า "เครือไถซุ่นับได้ว่าคือวิสาหกิจที่มีระบบอบรมบ่มเพาะบุคลากรที่สมบูรณ์แบบที่สุดในไต้หวัน เครื่อไถซุ่สามารถพัฒนาขยายตัวเติบใหญ่อย่างเช่นในปัจจุบัน แยกไม่ออกจากการทุ่มเทเวลา จิตใจและเงินทองอบรมบ่มเพาะบุคลากรอย่างเห็นได้ชัด"

ตัวหลินชงหมิงเอก็คือผู้ได้รับประโยชน์จากระบอบอบรมบ่มเพาะบุคลากรของเครือไถซุ่ด้วย หลังจากเขาจบวิทยาลัยเทคนิคหมิงจื้อ(หวางหย่างชิ่งคือกรรมการผู้จัดการของวิทยาลัย)แล้วก็เดินทางไปเรียนต่อปริญาโทและปริญญาเอกที่สหรัฐมเมริกา ตอนนั้น เครือไถซุ่ไม่เพียงคงตำแหน่งงานไว้ให้ ยังจ่ายเงินเดือนกึ่งหนึ่งแก่เขาด้วย นอกจตากนี้ ยังช่วยค่าใช้จ่ายการศึกษาอึก 50,000 หยวนต่างหาก โดยเงือนไขทีดีเลิศเช่นนี้เอง หลินชงหมิงจึงสามารถเรียนจบปริญญาเอกอย่างราบรื่น ไม่ต้องวิตกกังวล ในขณะที่ม่อายุเพียง 28 ปี

ในเรื่องนี้ใช้กลยุทธ์ให้โอกาสและสนับสนุนแก่บุคลากรเพื่อที่จะได้บุคลากรกลับมาช่วยเสริมศักยภาพการพัฒนาของบริษัทให้ดีขึ้น

จากหนังสือพชัยสงครามซุนวู ฉบับ189

อธิคม สวัสดิญาณ เรียบเรียง

น.ส.เอมอร ขันตี 4854273019 ศูนย์วิบูลย์

(สรุปเรื่องหวางชิ่งกับวิธีให้รางวัลลูกน้อง

การที่จะให้ค่าตอบแทนหรือรางวัลแก่ลูกน้องควรดูระบบงาน,ความเที่ยงธรรม,ความเหมาะสมเป็นส่วนประกอบด้วยเพื่อให้เป็นสิ่งจูงใจในการทำงาน)ลืมค่ะ

ขอบคุณที่อ่าน อาจมีประโยชน์บ้างแล้วแต่การนำไปใช้