ผมได้ยิน KM คำนี้ มาหลายปีมากๆ รวมทั้งเข้าร่วมสัมมนาอีกหลายแห่ง ทำงานกับองค์กรใหญ่มาบ้าง ซึ่งมี comment กับเรื่องดังกล่าวดังนี้

1. KM ที่พูดถึงกันส่วนใหญ่ (ในหลายบริษัท) ยังเป็นแค่แนวคิด (แต่เป็นแนวคิดที่ดีนะครับ) อาจมีบางแห่งเริ่ม Implement บ้าง แต่สุดท้าย วัดผลลำบากครับ ว่าองค์กรหรือบริษัทเราตอนนี้เป็น KM แล้วหรือยัง ถ้าเป็นแล้วอยู่ในระดับใด อะไรจะมาเป็นเกณฑ์ (Criteria) ในการประเมินบ้าง แต่ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่ามีระบบ KM มีดีกว่าไม่มีครับ ถ้าไม่ต้องใช้เงินลงทุนด้านนี้สูง โดยเฉพาะในเรื่อง technoloy ดังนั้น การเลือกใช้ tech. จึงมีความสำคัญควบคู่กับเรื่องที่เราอยากจะทำ รวมทั้งผู้บริหารต้องเห็นด้วย และยอมรับว่าบางเรื่องยังเป็นนามธรรมหรือแนวคิดในการพัฒนาองค์กร (OD) อยู่ ไม่งั้นทำไปแล้วเครียดครับ (โดยเฉพาะถ้าผู้บริหารต้องการวัดผลเป็นตัวเงิน หรือ หาROI, หา Break Event-Point แล้วละก้อ แนะนำว่าอย่าทำมันเลยครับ HR หรือคนเกี่ยวข้องต้องเครียดแหง๋ๆ) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องนะครับ ที่อยู่ใน scope ดังกล่าว เช่น KPI&Balance ScoreCard, Change Management ซึ่งปัจจุบันผมก้อกำลังทำอยู่ใน SAP Project ฯลฯ

2.ระบบเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนทางด้านนี้ ส่วนใหญ่จะเป็น IT ครับ เห็นด้วยกับบทความนี้นะครับที่บอกว่าอย่าไปหลงทางกับ tech. จริงๆ อยู่ที่ content & สาระในการทำระบบ KM มากกว่า สามารถเลือกทำแบบง่ายๆ ก็ได้ ใช้แค่ WebSite, WebBlog, MicrosoftOffice แค่นี้ก็อาจจะพอสำหรับเริ่มต้น แต่สุดท้ายระบบ KM ที่มีประสิทธิภาพ ก็ต้องเพิ่งพา IT ที่แพงๆ อยู่ดี ขอแนะนำ tech ทางด้าน IT อีกหลายตัวเช่น Datawarehouse, DataMining, AI (ไม่ขออธิบายเพิ่มใน tech. แต่ละตัวนะครับ ไม่งั้นยาวมากแน่ๆ 555)

3.เรื่อง "คน" กับ "วัฒนธรรมองค์การ" ครับ ผมคิดว่า 2 ปัจจัยนี้มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน และเป็น 2 ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำระบบ KM ให้ประสบความสำเร็จ (จากประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัว) หากคนไม่สนใจ วัฒนธรรมองค์การ ไม่เอื้อหรือไม่สนับสนุนการเรียนรู้ ต่อให้ tech ทีมงานในการทำ และระบบต่างๆ ดีขนาดไหน ก้อไม่สำเร็จ ดังนั้น การทำระบบ KM ต้องเน้นพัฒนา "คน" กับ "วัฒนธรรมองค์การ" ควบคู่ไปด้วย แนะนำให้อ่านหนังสือ ชื่อ คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน (Happy) ของ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ จะเข้าใจและเห็นตัวอย่างจากเรื่องนี้มากขึ้น

4.แนะนำโมเดลของเรื่อง (Explicit Knowledge) & (Tacit Knowledge) เพิ่มเติมนะครับ จริงเรื่องนี้จะมี Model อยู่ อธิบายเป็นรูปภาพ จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นกว่าการเขียนเป็นบทความ ถ้าผมเจอ Link จะส่งมาให้นะครับ

5. หนังสือ The Fifth Discipline ของ Peter M. Senge น่าศึกษาเพิ่มเติมครับ แต่ขาดการนำไป Implement และวัดผลจริง เป็นแค่แนวคิด (เท่าที่พลิกดูคร่าวๆ ) ถ้าใครมีความเห็นแตกต่างหรือมีแนวคิดวัดผลเรื่องพวกนี้ได้ ส่งข้อมูลมาให้อ่านหน่อย จะขอบคุณหลายๆ ที่ [email protected]

สุดท้ายนี้ ขอให้ บอย โชคดี (ได้ A) ในการเรียนที่นี่นะครับ จาก พี่ต้าร์ เอง :)