องค์กรที่สอง
ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการเป็นหน่วยงาน(ก.พ.ร.)ที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยมีการปฏิรูประบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การดำเนินงานมีขั้นตอน ดังนี้
- กพร. กำหนด
KPI
- มหาวิทยาลัยต่อรอง เลือก KPI ในบางมิติ และกำหนดค่าน้ำหนัก
- มหาวิทยาลัยโดยอธิการบดีลงนามรับรองการปฏิบัติราชการตาม KPI ที่ได้ตกลงกับเจ้ากระทรวง
- หัวหน้าหน่วยงานในมหาวิทยาลัยลงนามรับรองการปฏิบัติราชการกับ อธิการบดี
- มหาวิทยาลัยดำเนินงานและจัดทำรายงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการในรอบ 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน
- มหาวิทยาลัยนำเสนอรายงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการต่อสภามหาวิทยาลัย
- คณะกรรมการจาก กพร. ตรวจเยี่ยมให้ข้อแนะนำ
-
คณะกรรมการ กพร. ประเมินผลการดำเนินงาน
KPI จาก
กพร.
นี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่จะทำให้การปฏิบัติราชการของมหาวิทยาลัยมีประสิทธิผลมากขึ้น
เช่น
* การลดรอบระยะเวลาการปฏิบัติงาน เพื่อให้ใช้เวลาน้อยลงแต่ประสิทธิผลเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ผลของการดำเนินงานก็เห็นผลชัดเจน เช่น การเบิกค่ารักษาพยาบาลของคณาจารย์ ข้าราชการ และพนักงานราชการ จากเดิมใช้เวลา 15-20 วัน เป็น 3-5 นาที การอนุมัติจบการศึกษาให้แก่นักศึกษา สภามหาวิทยาลัยสามารถอนุมัติจบการศึกษาได้ทุกเดือน และยังมีอีกหลายเรื่องที่มีผลการลดรอบระยะเวลาปฏิบัติงานแล้วได้ผลดีผู้รับบริการพึงพอใจ
* การประหยัดพลังงาน เมื่อดำเนินงานตามขั้นตอนแล้ว ทำให้บุคลากรตระหนักช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า และน้ำมัน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยได้ส่วนหนึ่ง
*
การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและตรวจสอบ
KPI
ซึ่งตรงกับคติพจน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรที่ว่าสร้างสรรค์ภูมิปัญญา
พัฒนาท้องถิ่น เรามีบุคลากรจากภายนอกเข้ามา
ร่วมให้ความคิดเห็นตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการประจำคณะ คณะกรรมการโปรแกรมวิชา
และคณะกรรมการศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด
มีการสื่อสารถึงประชาชนมากกว่า
5 ช่องทาง มีบุคลากรร่วมประชุมให้แนวคิด นโยบาย
แนวปฏิบัติ ตัดสินและตรวจสอบเรื่องสำคัญ
ๆ และเป็นที่น่ายินดีว่าในหลาย ๆ
ครั้งที่ประชาชนชาวแม่สอดและอีก 4
อำเภอในซีกตะวันตกของจังหวัดตากบอกกับคณาจารย์ของเราว่า ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด
เป็นของพวกเขา
ไม่ใช่ของคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
พวกเราเข้ามาทำงาน มารับใช้ เมื่อเกษียณอายุก็จากไป
แต่มหาวิทยาลัยยังคงอยู่เป็นของลูกหลานเขาตลอดไป
เพราะฉะนั้นพวกเขายินดีที่จะทำให้มหาวิทยาลัยก้าวหน้าและพัฒนาอย่างยั่งยืน
และขอขอบคุณพวกเราที่เข้าไปช่วยเหลือจัดการศึกษาให้
* KM (Knowledge
Management) การจัดการความรู้
ในมหาวิทยาลัยของเราเป็นแหล่งความรู้ เรามีการจัดประชุม อบรม สัมมนา
และส่งบุคลากรไปพัฒนากันบ่อย ๆ
แต่เราไม่ค่อยมีโอกาสที่จะคุยกันฉันท์พี่น้อง
เพื่อนร่วมปฏิบัติงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน
เมื่อมี
K.M มาทำให้เราเห็นความสำคัญของ Tacit Knowledge
(ความรู้ที่อยู่ในตัวคน
ซึ่งเป็นประสบการณ์การทำงานที่มีค่าซึ่งขอเรียกว่า
เคล็ดวิชา)
หลังจากที่มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มดำเนินการ
เราก็มีการจัดเสวนาในกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน
ตัวอย่างเช่น เรื่องการนำการวิจัยไปใช้ในการเรียนการสอน
ซึ่ง สถาบันวิจัยฯ
เป็นคุณอำนวยให้เกิดการเสวนาขึ้น
และมีอีกครั้งที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียน
การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งคณะมนุษยศาสตร์ ฯ
เป็นคุณอำนวยให้เกิดการเสวนา
และมีคุณกิจ ซึ่งเป็นพี่
ๆ ในคณะมนุษย์ศาสตร์ ฯ เช่น
พี่จีรภา
พี่เยาวลักษณ์
พี่ประพิมพร
พี่อรุณลักษณ์
และพี่สุวิทย์ซึ่งเป็นคณบดี
มาพูดคุยกันกับน้อง ๆ ในที่สุดเราก็ได้ประโยคสำคัญจาก พี่สุณี (ผศ.สุณี
บุญพิทักษ์) ว่า RBL
(Research Base Learning)
ไม่ยากอย่างที่คิด
ซึ่งเป็นกำลังใจให้น้องใหม่หลายคนฮึกเหิมที่จะนำ
การวิจัยไปบูรณาการกับการเรียนการสอน
การบริการวิชาการแก่ชุมชน ในภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2549 นี้
ยังมี
KPI อีกหลายตัวที่น่าสนใจ เช่นเรื่อง การบริหารความเสี่ยง การจัดทำบัญชีต้นทุน
การถ่ายทอดตัวชี้วัดจากองค์กรสู่ระดับหน่วยงานและระดับบุคคล
ในปีนี้ กพร. ได้ขอให้ สมศ.
ซึ่งเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ฯ
ได้เข้ามาประเมิน KPI ของ กพร. ด้วย
จึงมี การพัฒนา KPI.
ให้เกิดการบูรณาการระหว่างการจัดการศึกษากับการปฏิรูประบบราชการ
อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน