กรณีศึกษา เครือเจริญโภคภัณฑ์
ชื่อร้านเจริญโภคภัณฑ์ เมื่อแปลเป็นภาษาจีน “ผกพัง” ซึ่งหมายถึง ผึ้งที่ขยันบินไกล ร่วมแรงรวมใจสร้างฐานะเหมือนผึ้งสร้างรัง
ความขยันหมั่นเพียรเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งในความสำเร็จของ ซี.พี. แต่องค์ประกอบที่สร้างเสริมให้ ซี.พี. ประสบความสำเร็จก้าวหน้ามาได้มีหลายประการที่ประกอบกันแล้วเป็น “วัฒนธรรมองค์กร” ของ ซี.พี.
วิธีการบริหารงานของ ซี.พี. มิได้เป็นการบริหารแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างหลักการบริหารหลายแบบทั้ง ฝรั่ง จีน ไทย ญี่ปุ่น ดังนั้นจึงมีลักษณะการบริหารเฉพาะตัวที่สร้างสมและพัฒนาขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ผู้เข้าไปทำงานใน ซี.พี.จะต้องเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมนี้ให้ได้
ลักษณะเฉพาะตัวของคนครอบครัวตระกูลเจียรวนนท์ ก็คือมีใจรักในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เป็นความรักและความชอบเฉพาะตัวและเป็นอาชีพเลี้ยงตัวตั้งแต่รุ่นพ่อ “เจี่ยเอ็กชอ” ที่ชอบค้นคว้าทางพันธุ์พืชและสัตว์จนมีชื่อเสียงโด่งดัง
และด้วยใจรักในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ของคนในครอบครัวซึ่งเป็นอุปนิสัยที่ถ่ายทอดมาจากคนรุ่นบิดามารดา ดังนั้นในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ซึ่งประกอบด้วยการเสาะแสวงหา มุ่งมั่น ทุ่มเท และอดทน ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร และเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่สร้างความสำเร็จให้แก่เครือเจริญโภคภัณฑ์ในเวลาต่อมา
ความเป็นมา
คุณเอ็กชอ ผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งตระกูล “เจียรวนนท์” ได้เริ่มก่อตั้งร้านเจียไต๋จึง ในปี พ.ศ. 2464 เป็นร้านขายเมล็ดพันธุ์ผัก “ตราเรือบิน” ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์คัดพิเศษ ใส่ซองและมีวันหมดอายุ เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จก็เริ่มขยายโดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกษตรอื่น ๆ เช่น ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ยเคมี และสินค้าที่เกี่ยวกับการปลูกผักต่าง ๆ เป็นต้น ด้านเมล็ดพันธุ์พืชก็เพิ่มตลาดไปบังมาเลเซียและแถบอินโดจีน
ในปี พ.ศ. 2496 คุณจรัญ เจียรวนนท์ ในฐานะพี่ชายคนโตเป็นผู้บุกเบิกร่วมกับน้องชายอีก 3 คน คือ คุณมนตรี คุณสุเมธ และคุณธนินท์ ได้ร่วมกันก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญโภคภัณฑ์
ธุรกิจหลักของ “เจริญโภคภัณฑ์” คือ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ไปยังจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันกิจการได้ส่งออก หมู ไก่ ไข่ ไปยังตลาดต่างประเทศ คือ ฮ่องกง ซึ่งทำให้ คุณจรัญ เกิดแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ควบคู่ไปด้วยแทนที่จะจำหน่ายแต่เพียงอาหารสัตว์อย่างเดียว แนวคิดดังกล่าวนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ก่อให้เกิดเครือเจริญโภคภัณฑ์ องค์กรที่มียอด Annual Turmover สูงถึงกว่าห้าแสนล้านบาท จ้างพนักงานกว่าแสนคนทั่วโลก ในอีก 50 ปีต่อมา
โตแล้วแตก แตกแล้วโต
สิ่งที่สะท้อนความยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็คือ การมีเครือข่ายอาณาจักรที่ครอบคลุมไปเกือบทุกแขนงของธุรกิจที่มีอยู่ หากเปรียบกับนิยามของอับวิน ทอล์ฟเลอร์ เจ้าตำรับคลื่นลูกที่สามแล้ว ซี.พี.นับเป็นเจ้าของธุรกิจทั้ง 3 ลูก คือ ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี่
จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ทำให้ ซี.พี. เติบโตอย่างก้าวกระโดด เริ่มขึ้นจากการร่วมลงทุนกับอาร์เบอร์ เอเคอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทอเมริกันซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการพัฒนาพันธุ์ลูกไก่ และมีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง เมื่อ ปี พ.ศ. 2514 โดย ซี.พี. หวังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการเลี้ยงสัตว์และโนว์ฮาวที่เกี่ยวข้องทุกประเภท มีการจัดตั้งบริษัทอาเบอร์ เอเคอร์ส (ประเทศไทย) ขึ้นมาเพื่อดำเนินการสั่งเข้า ผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์ ผลิตดำเนินกิจกรรมโรงฆ่าสัตว์ การตลาด การส่งออก รวมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายทั้งขายส่งและขายปลีกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกและอาหารสัตว์ทุกชนิด
ตามแนวคิดเกษตรครบวงจร ซี.พี. มุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เป็นหลักเพราะเป็นธุรกิจที่มีความชำนาญมาก่อน จากนั้นจึงมองภาพการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลเชื่อมโยงไปข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกับจัดตั้งบริษัทขึ้นมารองรับอันได้แก่
• การนำเข้าและลงทุนผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส์
• การพัฒนาพันธุ์สัตว์ การจัดการปศุสัตว์และฟาร์ม การผลิตอาหารสัตว์ การแปรรูปและจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์ เช่น บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ บริษัทกรุงเทพผลิตผลอุตสาหกรรมการเกษตร
• การแปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น บริษัทกรุงเทพค้าสัตว์
• การจำหน่าย เช่น บริษัท ซี.พี. คอนซุเมอร์โปรดักส์
• การส่งออก เช่น บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด
ในปี 2515 – 2520 ซี.พี. ได้วางรากฐานแนวคิดอุตสาหกรรมเกษตรครบวงจรให้ปรากฏเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มเนื้อที่เลี้ยงสัตว์ในต่างจังหวัดหลายแห่ง รวมไปถึงการขยายอุตสาหกรรมประเภทเดียวกันนี้ไปสู่ต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ เพื่อเป็นทั้งฐานการผลิตและช่องทางการตลาดภายหลังได้ขยายไปยัง มาเลเซีย ไต้หวัน เบลเยี่ยม โปรตุเกส ตุรกี และจีน ตามลำดับ
ผลที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดเจนก็คือการเปลี่ยนแบบแผนการผลิตหรือการเลี้ยงสัตว์จากการผลิตแบบดั้งเดิมที่มีผู้เลี้ยงรายย่อยจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วไปแทบทุกพื้นที่ มาเป็นกระบวนการผลิตแบบใหม่ในรูปของฟาร์มขนาดใหญ่ที่อาศัยหลักการผลิตจำนวนมาก เพื่อให้เกิดการประหยัดจากขนาดแล้วใช้เทคโนโลยีและเทคนิคการจัดการฟาร์มสมัยใหม่เข้ามาช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงกว่าเดิมอย่างมาก เพราะพันธุ์ดีขึ้น คุณภาพอาหารสัตว์สูงขึ้น ช่วงระยะเวลาการเลี้ยงสั้นลง
อาจกล่าวได้ว่าระบบฟาร์มแบบใหม่เป็นการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญ กล่าวคือ ซี.พี. เป็นผู้ลงทุนในเรื่องโนว์ฮาวที่ได้มาจากการร่วมทุนกับต่างประเทศ และรับความเสี่ยงในเรื่องการหาตลาดรองรับผลผลิต ส่วนเกษตรกรลงแรงและที่ดิน เมื่อได้ผลผลิตออกมา ซี.พี. ก็รับซื้อเพื่อนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปและจำหน่ายตามช่องทางการตลาดที่มีอยู่
ด้วยระบบดังกล่าว ทำให้ตลาดเนื้อสัตว์โดยเฉาะเนื้อไก่ในประเทศไทยมีราคาถูกลงมามาก จนกลายเป็นอาหารโปรตีนราคาถูกที่ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อหามาบริโภคได้
สิ่งที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ทำยังผลให้ทุกผ่ายต่างได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าอาหารสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โรงงานรับซื้อ ผู้จำหน่ายและผู้บริโภค เพราะเมื่อเกษตรกรรายหนึ่ง ๆ สามารถเลี้ยงสัตว์ครั้งละมาก ๆ ถึง 10,00 – 20,000 ตัว แต่ขายราคาต่ำโดยยอมเอากำไรต่อหน่วยน้อย ๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มีผู้ซื้อเนื้อสัตว์บริโภคมากขึ้น เมื่อตลาดมีดีมานด์มากขึ้นก็ส่งผลให้มีการเลี้ยงมากขึ้น ความต้องการอาหารสัตว์ก็เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น
จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจข้างต้น เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เติบโตขึ้นจนมีกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและเคมีเกษตร ธุรกิจในกลุ่มนี้ประกอบด้วย
• ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก
• ธุรกิจปุ๋ย โดยนำเข้าปุ๋ยสำเร็จรูปและพัฒนาปุ๋ยสูตรใหม่
• ธุรกิจเคมีเกษตร พัฒนาตัวยาและสูตรใหม่ ๆ ในการกำจัดศัตรูพืช
กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม เน้นการดำเนินธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร คือ “ผลิต – แปรรูป – การตลาด” มีธุรกิจสำคัญ ๆ คือ
• การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์
• การเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด และสุกร
• การแปรรูปอาหาร โดยแปรรูปเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงเป็นอาหาร เช่น ไก่ย่างห้าดาว เซสเตอร์กริลล์ ไทยไทย(ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปแช่แข็งเพื่อการส่งออก) ไส้กรอก ซี.พี. ฯลฯ
กลุ่มธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีงานสำคัญคือ
• การวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม กุ้งขาวแวนนาไม ปลาทับทิม
• การผลิตและจำหน่ายอาหารกุ้งและสัตว์น้ำจืด
• การเลี้ยงและการจัดการฟาร์ม
• การแปรรูปทั้งห้องเย็นและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปส่งออก
กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ มีธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศทั้งการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทต่าง ๆ ไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก เช่น
• จีน
• ญี่ปุ่น
• เกาหลี
• สิงคโปร์
• สหรัฐอาหรับเอมิเรดส์
• เบลเยี่ยม
• อังกฤษ
• สหรัฐอเมริกา
• อัฟริกาใต้
กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย ประกอบด้วยธุรกิจสำคัญ คือ
• 7 – Eleven
• โลตัสซุปเปอร์เซ็นเตอร์
• ซันนีซุปเปอร์มาร์เก็ต (ขายกิจการไปแล้ว ปัจจุบันคือ ฟู้ดไลอ้อน)
• แมคโคร
• บริษัท ซี.พี. คอนซูเมอร์โปรดักส์
(ซึ่งหลายธุรกิจก็ได้มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนในการลงทุนภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540)
กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ
• กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี ประกอบด้วยธุรกิจ เช่น
- การผลิตเม็ดพลาสติก พีวีซี
- การผลิตอุปกรณ์พีวีซี เช่น ท่อน้ำ สายโทรศัพท์
• กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
- อาหารสำนักงาน
- บ้านจัดสรร
- โรงแรม และ ศูนย์การค้า
• กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม
• กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม ดำเนินโครงการโทรศัพท์ 2 ล้านเลขหมายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- TA & PCT
- UBC (เคเบิ้ล ทีวี)
- ORANGE (โทรศัพท์มือถือ)
ปรัชญาและวิสัยทัศน์
คำขวัญที่ว่า “เกษตรกรเป็นผู้มีคุณค่าต่อบริษัท เกษตรกรอยู่ได้บริษัทก็อยู่ได้” มีอิทธิพลต่อยุทธศาสตร์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการมุ่งเน้นทำธุรกิจกับเซกเม้นต์อันเป็นฐานรากของประเทศ ซึ่งก็คือ เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการทำ R & D เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้มากในราคาที่ไม่แพง และผู้บริโภคก็ได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีราคาถูก ยุทธศาสตร์ Win – Win Strategy นี้ได้กลายเป็น model ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์นำไปพัฒนาธุรกิจในประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ เช่น พม่า บังคลาเทศ ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ธุรกิจเกษตรยังต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจและใกล้ชิดกับพื้นที่ตลอดจนข้อมูลทางการตลาดที่จำเป็น โดยเฉพาะเกี่ยวกับช่องทางการจำหน่ายสินค้า ความพร้อมของข้อมูลในส่วนนี้มีแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศ เพราะฟาร์มเกษตรของเครือเจริญโภคภัณฑ์มีอยู่ทั่วไป ทำให้กลายเป็นจุดแข็งในการรุกเข้าสู่การลงทุนใหม่ ๆ โดยเฉพาะธุรกิจการค้าส่งและปลีกต่อไป
ความเชื่อที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การเป็นธุรกิจที่มุ่งเกาะติดกับตลาดมวลชน (Mass Market) ผู้บริหารมีความเข้าใจเรื่องดีมานด์ของผู้บริโภคที่สัมพันธ์กับประมาณการผลิต ทำให้มีเครือเจริญโภคภัณฑ์มีความฉับไวต่อการจับกระแสความต้องการของคนหมู่มาก และถนัดในการผลิตสินค้าเพื่อป้อนให้กับดีมานด์ระดับ Mass เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังรู้จักหาประโยชน์จากการร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่ตนไม่มีความรู้เพียงพอ เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการได้มาซึ่งเทคโนโลยีและ โนว์ฮาว โดยยินยอมแบ่งสรรผลประโยชน์ให้กับผู้ร่วมทุนด้วยการแลกเปลี่ยนกับความชำนาญในพื้นที่และเครือข่ายการตลาดที่ตนเองมีอยู่ และด้วยวิสัยทัศน์ไกลออกไปในขอบเขตทั่วโลก ตลาดในความหมายของ ซี.พี. คือตลาดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดวัตถุดิบ หรือตลาดผลผลิตก็ตาม
ในการบริหารธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก คุณธนินท์กล่าวว่า ต้องทำให้ผู้บริหารของ “โลตัส”สำนึกเสมอว่า “เราเป็นลูกจ้างของลูกค้า”
ความหมายตรงจุดนี้ก็คือ การเจรจาขอลดราคาจากซัพพลายเออร์ที่ขายสินค้าให้บริษัท ส่วนลดทุกบาททุกสตางค์ที่เจรจาได้ต้องคืนให้กับริษัท ห้ามนำเข้าพกเข้าห่อโดยเด็ดขาด ดังนั้น เมื่อ “โลตัส” คือลูกจ้างของลูกค้า “ลูกค้า”ก็เหมือนกับ “บริษัท” ส่วนลดทุกบาททุกสตางค์ที่เจรจาขอลดจากซัพพลายเออร์ต้องคืนให้กับลูกค้า “โลตัส”จะต้องรักษากำไรต่อหน่วยเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องทำกำไรเพิ่มโดยต้องเพิ่มยอดขาย และการเพิ่มจำนวนยอดขายสำหรับดิสเคานต์สโตร์จึงหนีไม่ด้นที่ต้องเน้นการขายสินค้าราคาต่ำสุด สมการนี้บังคับให้ “โลตัส” ต้องเจรจากับซัพพลายเออร์ขอลดราคาสินค้าให้มากที่สุด กรณีนี้แม้ซัพพลายเออร์จะมีกำไรต่อหน่วยลดลง แต่ปริมาณสินค้าที่ขายได้เพิ่มขึ้น หลังจากคูณกันแล้วกำไรของซัพพลายเออร์จะยังคงได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาสำคัญข้อหนึ่งของเครือโภคภัณฑ์ที่ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น
แม่ทัพและขุนพล
แน่นอนว่า วัฒนธรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยการแสวงหา มุ่งมั่น ทุ่มเท อดทน และขยายผล นั้นมีอยู่พร้อมทั้งในตัวแม่ทัพ คือ ประธานธนินท์ เจียรวนนท์ และเหล่าขุนพลทั้งหลาย
คุณธนินท์กล่าวว่า เทคโนโลยีการเกษตรเป็นเรื่องยากที่สุด ถ้าทำเรื่องเกษตรได้แล้วเรื่องอื่นก็กลายเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมนี้คือ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานนับสิบปีขึ้นไป จะทำแล้วได้กำไรทันทีเป็นไปไม่ได้ ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญอันหนึ่งคือ ”ความอดทน” จึงจะประสบความสำเร็จ
ความอดทนจึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งในวัฒนธรรม ซี.พี. มิใช่เป็นความอดทนของผู้นำเท่านั้น แต่ต้องอดทนกันทั้งบริษัทจึงจะทำงานได้สำเร็จ
คุณธนินท์แสวงหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง ๆ เข้ามาทำงานให้แจริญโภคภัณฑ์ โดยไม่กดค่าตอบแทนดังเช่นธุรกิจครอบครัวทั้งหลายทำกัน การตัดสินใจให้ คุณมิน เธียรวร ซึ่งเป็นคนนอกครอบครัวเข้ามาคุมบัญชี เป็นการแสดงที่ชัดเจนว่าแนวความคิดของเขาในเวลานั้นล้ำกาลเวลา
ขุนพลรุ่นใหม่ที่คัดเข้ามาช่วยทำงาน มีความสามารถอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะคนรุ่นแรกไม่ว่าจะเป็นคุณประเสริฐ พุ่งกุมาร หรือ คุณเอี่ยม งามดำรง ล้วนมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นยิ่ง จุดเด่นนั้นก็คือ “ความขยัน” จนบางคนเรียกว่า “บ้าทำงาน” ทั้งสองคนจะหยุดทำงานเฉพาะวันตรุษจีน ดังนั้นวัฒนธรรมองค์กรสำคัญอีกประการหนึ่งของเจริญโภคภัณฑ์ คือ การ “บ้าทำงาน” คนภายนอกที่จบการศึกษามาไม่ว่าสูงเพียงใดก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนี้ให้ได้ จึงจะเป็นที่ยอมรับขององค์กร
พันธมิตร.....เทคโนโลยี
เป็นเรื่องน่าทึ่งที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ภายใต้การนำของพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ ได้ริเริ่มปูทางสร้างพันธมิตร โดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธุ์ไก่อาร์เบอร์เอเคอร์ กระทั่งได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท อาร์เบอร์ เอเคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นประโยชน์ให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเลี้ยงไก่และการปรับปรุงพันธุ์อันเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจที่ติดอยู่กับเครือเจริญโภคภัณฑ์จนถึงทุกวันนี้
ปี 2522 ได้ร่วมทุนกับริษัท ดีคาล์บ จากสหรัฐอเมริกา ดำเนินการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด กระทั่งนำไปสู่การพัฒนาข้าวโพดพันธุ์ DK 888
ปี 2529 จับมือกับบริษัท ออสก้าร์ มายเออร์ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหารสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งบริษัท ออสก้าร์ มายเออร์ ซี.พี. จำกัด โดยตั้งโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปขึ้นที่หนองจอก เขตมีนบุรี สินค้าที่รู้จักกันดีในตลาดคือ “ไส้กรอก ซีพี” ปัจจุบันกิจการดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์ฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด
ปี 2531 ได้ร่วมทุนกับกลุ่ม เอส.เอช.วี โฮลดิ้ง จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีกิจการกระจายอยู่ 19 ประเทศทั่วโลก เพื่อทำธุรกิจร้านขายส่งประเภท “แคช แอนด์ แคร์รี” ภายใต้ชื่อ
MAKRO ซี.พี. เปิดโอกาสให้ เอส.เอช.วี.บริหารงานอย่างเต็มที่เนื่องจากมีโนว์ฮาวและความชำนาญในธุรกิจนี้มาเป็นเวลานาน ต่อมาจึงเริ่มส่งคนไทยเข้าไปร่วมในการบริหารเพื่อผสานโลคัลโนว์ฮาวให้แม็คโครมีรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของคนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ซี.พี.ก็ได้เรียนรู้โนว์ฮาวของแม็คโครพร้อมกันไปด้วย
ตัวอย่างที่ชัดเจนอีกอันหนึ่งก็คือ เซเว่นอีลฟเว่น ซึ่ง ซี.พี.ไม่คิดที่จะพัฒนากิจการ “คอนวีเนียนสโตร์” ขึ้นมาจากศูนย์ หากเลือกใช้วิธีซื้อโนว์ฮาวจากเซาต์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น เจ้าของเฟรนไชส์ เมื่อบวกกับขีดความสามารถของ ซี.พี. จึงทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นไทยเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติว่าขยายตัวรวดเร็วที่สุดในโลก
ด้าน “ดิสเคานท์สโตร์” ซี.พี. ได้นักบริหารมือดีจากวอลมาร์ต มาช่วยพัฒนากิจการใหม่ คือ โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ เมื่อโลตัสสาขาแรกที่ ซีคอนสแควร์ ศรีนคริทร์ มีรูปแบบที่ลงตัวชัดเจนตรมคอนเซ็ปต์มากที่สุด และได้รับการต้อนรับจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว
คุณธนินท์กล่าวว่ากุญแจดอกสำคัญที่ไขไปสู่ความสำเร็จก็คือ การสร้างพันธมิตร หรือการลงทุนร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของต่างประเทศ จะเห็นได้ว่า เครือ ซี.พี. ทำอะไรไม่ได้ทำคนเดียว ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ทำไปแล้วสำเร็จ ไม่ใช่เราเก่ง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเก่งไปเสียทุกอย่าง แต่เรารู้จักไปร่วมงานกันคนที่เขาเชี่ยวชาญหรือเก่งอยู่แล้ว
ฉะนั้นธุรกิจในเมืองไทยเองไม่ใช่จะมาคอยแก่งแย่ง ควรต้องหันหน้ามาผนึกกำลังกัน เพื่อออกไปต่อสู้กับโลกภายนอก ไม่ใช่มาคอยเลื่อยขาเลื่อยเก้าอี้กันเอง
วิวัฒนาการของโลกปัจจุบันและทศวรรษที่ 21 นั้น คือโลกของเทคโนโลยี ย่งเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น มีโอกาสออกไปหากินกว้างขึ้น
นโยบายของเรานั้น เปิดกว้างอย่างที่บอก เราต้องเน้นในเรื่องการผนึกกำลังกันไม่ใช่แตกแยกกัน การผนึกกำลังเป็นเรื่องใหญ่ของโลกแล้วในปัจจุบัน บังเอิญที่ ซี.พี. สายตาไกล เราออกไปทั่วโลกได้รู้ได้เห็นก่อนก็เริ่มผนึกกำลังกับคนอื่นก่อน
การเติบโตสู่โลกาภิวัฒน์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ขยายธุรกิจอาหารสัตว์เข้าไปในอินโดนีเซีย เมื่อ ปี พ.ศ. 2515 เนื่องจากประเทศดังกล่าวมีประชากรเป็นจำนวนมาก จึงมีกำลังบริโภคมาก ขณะเดียวกันก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบ ความสำเร็จที่อินโดนีเซียส่งผลให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ขยายตัวออกไปยังภูมิภาคอื่น ๆ คือ ไต้หวัน มาเลเซีย โปรตุเกส ตุรกี และก็ในที่สุด......ประเทศจีน
การเติบโตในจีนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเรื่องที่ชวนตื่นตาตื่นใจยิ่ง ในปี พ.ศ. 2538 เครือเจริญโภคภัณฑ์มีโรงงานอาหารสัตว์มากถึง 57 โรง ตั้งอยู่ใน 50 เมือง ของ 26 มณฑล สามารถผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ได้ปีละหลายล้านตัน จัดเป้นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมนี้ในตลาดโลก ในปี 2546 เครือเจริญโภคภัณฑ์มีโครงการลงทุนด้านการเกษตรกว่า 177 โครงการ ตั้งอยู่ในหัวเมืองใหญ่ ๆ กว่า 80 หัวเมืองของ 29 มณฑล จาก 31 มณฑลของจีน โดยแยกเป็นโรงงานอาหารสัตว์กว่า 104 โรง
ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจริญเติบโตเครื่อเจริญโภคภัณฑ์ยังคงก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การพัฒนาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในภูมิภาคต่าง ๆ ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น เวียดนาม กัมพูชา พม่า อินเดีย บังคลาเทศ หรือแม้กระทั่ง รัสเซีย อันเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และท้าทายมากขึ้น
___________________
จากหนังสือ การจัดการเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับ CEO
โดย รศ. บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ
จันทร์ทิพ มารีอนุเคราะห์ #4854273030 ม.ราชภัฎธนบุรี ศูนย์วิบูลย์บริหารธุรกิจ