เรียน อาจารย์ ประพนธ์
เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในวันนั้นด้วย และก็เข้าใจดีทั้งความรู้สึกของอาจารย์ในฐานะที่มีความเข้าใจในกระบวนการ เทคนิค ของการจัดการความรู้ แต่ไม่อยากให้อาจารย์ถอดใจ เพราะว่า นี่คือความเป็นจริงของสังคมราชการที่ปรากฎอยู่ ว่า ยังไม่มีความสามารถที่จะนำการจัดการความรู้มาปรับใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม การที่สำนักงาน ก.พ.ร. ไม่ได้ตระหนักถึง ประเด็นที่อาจารย์แนะนำ มันเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ ที่สำนักงาน ก.พ.ร. ก็ทำบ่อยๆ กับที่ปรึกษาหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่สำนักงาน ก.พ.ร. จ้างมาทำงานด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักของอาจารย์คะ
เพียงแต่อยากให้อาจารย์นำสิ่งที่อาจารย์ได้ประสบการณ์ที่อาจารย์ได้รับ มาศึกษาและปรับหาวิธีการที่ทำอย่างไรที่จะทำให้หน่วยงานราชการสามารถนำการจัดการความรู้แบบที่อาจารย์ทำกับชุมชน มาดำเนินการได้จริง เพราะเชื่อแน่ว่า ยังมีหน่วยงานราชการอีกมากที่จัดการความรู้ ในลักษณะนี้ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงๆ เพื่อที่จะได้ความรู้ที่ตกผลึกจากประสบการณ์ และนำมาสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่ของหน่วยงานได้
ไม่อยากให้อาจารย์แค่ปฏิเสธที่ไม่รับงานนี้อีก แต่หวังว่า อาจารย์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญงานด้านการจัดการความรู้ จะสามารถนำประสบการณ์นี้ไปหาวิธีการและปรับแก้ เพื่อผลักดันให้การดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ของส่วนราชการ เกิดมัก ผล เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปในอนาคต
ก็ถ้า อาจารย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญซะขนาดนี้ยังถอดใจ แล้วพวกเราที่เห็นคุณค่าของงานอาจารย์ จะนำไปปฏิบัติได้อย่างไร ในเมื่องานด้านนี้ที่เราทำในส่วนราชการก็เจอปัญหาอย่างนี้เหมือนกัน
ขอให้กำลังใจอาจารย์และขอบคุณมาก