ขอบคุณทุกความเห็นที่โพสต์เข้ามานะครับ
ถ้าเรามองอย่างเชื่อมโยง เราจะเห็นความก้าวหน้าของเราสัมพันธ์กับคนยากจน คนด้อยโอกาสในประเทศไทยเสมอ เหมือนที่กรุงเทพเติบโตเพราะดูดกลืนทรัพยากรจากชนบทที่ห่างไกล เราเองในฐานะชนชั้นกลาง ปลอกเปลือกดูก็จะเห็นว่าดีเด่นกันมาได้เพราะคนยากไร้ทั้งสิ้นที่เสียภาษีให้รัฐ ที่เป็นแรงงานราคาถูกให้ตลาด ที่เลือกนักการเมืองมาบริหารประโยชน์แก่ชนชั้นนายทุนและชนชั้นกลาง อันนี้ สหายทุกท่านคงอุปมาอุปไมยกันได้ไม่ยาก
ผมเองก็เป็นหนี้วัฒนธรรมของชาวบ้านอยู่มาก หากไม่มีซึ่งชุมชนคนบ้านป่าบ้านดอยเหล่านี้ ผมก็อาจจะไปเป็นลูกจ้างลูกจ้อกสมองฝ่ออยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้มีโอกาสสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมีภรรยาแสนดีอยู่ที่นี่ ไม่เพียงแต่ปากท้องที่พอจะยาไส้ผม ภรรยาและลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในไม่ช้า วัฒนธรรมของชาวบ้านยังช่วยให้ผมเข้าใจ "ความโง่" "ความหลงระเริง" อยู่บนหอคอยงาช้างของตัวเองหลายอย่าง และที่สำคัญคือเรียนรู้ที่จะเป็นคนที่ปล่อยวางได้มากขึ้น มีความสุขที่เรียบง่ายได้ง่ายขึ้น แม้ในยามไม่มีเงินสักแดงก็ยิ้มได้
และผมคิดว่า กลายที่ผมรู้สึกเป็นหนี้ชาวบ้านเช่นนี้ บ่อยครั้ง มันทำให้ผมอยู่เฉยไม่ได้เวลาที่เห็นความเสียหายเกิดขึ้นกับสังคมพวกเขา ในฐานะคนที่เกิดมาไดรับโอกาสในการอ่านออกเขียนได้ มีทักษะในการใช้ภาษามากกว่าคนอื่นในชุมชน ผมจึงต้องพยายามถ่ายทอด "ความจริง" ให้ใกล้เคียงกับความคิดของชาวบ้านให้ได้มากที่สุด ตามหลักวิชามานุษยวิทยาที่ผมได้ร่ำเรียนมา
ซึ่ง "ความจริง" ที่ผมถ่ายทอดมานี้ ก็อาจไม่ตรงใจหรือไปจี้ใจดำของใครเข้า ก็เป็นธรรมดาวิสัย ก็ไม่อยากให้ใครเอาไปถือสานะครับ แบกไว้ทุกข์เปล่าๆ
ผมเห็นว่า "ความจริง" เป็นสิ่งที่สังคมบ้านเราขาดแคลนครับ เพราะโครงสร้างสังคมและอำนาจหน้าที่ รวมถึงระบบอลุ่มอล่วย ในแง่หนึ่งนั้น มันก็ไม่อนุญาตให้คุณพูด "ความจริง"
"ความจริง" มักจะเป็นถ้อยคำที่ไม่รื่นหู เป็น "ความหยาบคาย" ในสายตาของนักอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่ไม่อยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจสังคมเพราะเกรงจะกระทบกระเทือนอำนาจหน้าที่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
อย่างเวลาความเห็นไม่ตรงกัน สังคมไทยก็มักจะเลี่ยงหรือกลบเกลื่อน ไม่ยอมเอา "ความจริง" มาพูดกัน เพราะเกรงจะเสียหน้าบ้าง เสียไมตรีต่อกันบ้าง
ผลก็คือ "ความจริง" ก็ถูกกดไว้ต่อไป
ตัวอย่างง่ายๆ ในหมู่บ้านบางกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เศรษฐกิจชุมชนดูเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะยาเสพติดหรือการไปค้าบริการทางเพศ ผู้นำชุมชนก็ไม่ยอมรับ "ความจริง" อย่างนี้ เกรงว่าจะเสียชื่อหมู่บ้าน ตอนนี้ผลเลยมีเด็กติดยา ขนยา ขายตัว เพิ่มขึ้นมากมาย
ผมอาจจะดูห่ามๆที่พูดกันตรงๆอย่างนี้ เพราะผมเบื่อกับการอ้อมค้อม และเห็นแก่ศักดิ์ศรีจอมปลอมที่ปรุงแต่งกันขึ้น เอาความจริงมาพูดกันเถอะครับ ว่าแต่ละชุมชน แต่ละบ้านมีปัญหาสังคมมากมาย เด็กและเยาวชนบ้านเรากำลังจะเอาตัวไม่รอดกันอยู่แล้ว เพราะพวกผู้ใหญ่เอาแต่อ้อล้อกัน
ความเกรงใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าจะพูดถึงความเดือดร้อน การถูกกดขี่ของผู้คน อันนี้เกรงใจไม่ได้
มาเล่าความจริงกัน แล้วเอามาถกหาทางแก้ปัญหาด้วยกัน เลิกทีได้ไหม
แน่นอนว่า การที่จะพูด "ความจริง" ออกมาได้ ต้องอาศัยความกล้าหาญ และความซื่อสัตย์ต่อตัวเองอย่างยิ่ง และอดทนต่อการกระทบกระทั่งกับผู้คนจำนวนมากที่เห็นว่า "ความจริง" เป็นสิ่งหยาบคาย
อย่างน้อย ผมก็ดีใจที่ในสังคม Blog นี้ มีคนศรัทธาต่อ "ความจริง" ร่วมชุมชนออนไลน์เดียวกันอีกหลายคน
และก็ดีใจ ที่มีคนแสดงความคัดค้าน หรือแม้กระทั่งต้องการจะโจมตีผม เพราะจะทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น
ไม่ว่าใครจะมีความเห็นอย่างไร ก็มีประโยชน์กับผมเสมอ เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากให้มีผลในทางปฏิบัติด้วย
อุ่นใจครับ.....สำหรับทุกความเห็น ในทุกประเด็นที่ส่งมา