ส่วนตัวผมมองว่าปัจจัยสำคัญคือครอบครัวนะครับ (อีกแล้ว อะไรก็ครอบครัว) และอีกประการที่ผมค่อนข้างจะอยากนำมาแลกเปลี่ยนกันคือ "วิธีการนำเสนอ" สมัยก่อนนั้นสภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งแวดล้อมไม่เหมือนสมัยนี้ วิธีการบริโภคสื่อของคนยุคนี้ก็ต่างจากสมัยก่อน ผมเชื่อว่าถ้าเราจับจุดได้ หาวิธีได้ ก็ย่อมจะสามารถทำให้คนสนใจได้

พูดแบบนี้เหมือนกับว่าบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อเช่นนี้เพราะผมคิดว่าหลักการความคิด หรือความเชื่อ ถ้าจะดำรงอยู่ได้ บางครั้งต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เปลี่ยนแบบถอนราก ไร้จุดยืน แต่ต้องปรับตามสถานการณ์ ถ้าไม่ปรับ บางครั้งก็ต้องล่มสลายลงไป

พูดแบบนี้เหมือนพูดลอยๆ นะครับ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องภาษาแล้วกัน ภาษาไทยนั้นไม่ใช่ภาษาที่ตาย และไม่เคยอยู่คงที่ มีการเปลี่ยนแปลงตลอด เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ศัพท์ใหม่ๆ หรือศัพท์แสลงเก่าๆ อาจจะกลับมาฮิตใหม่ ต่างกับภาษาคำเมือง เรื่องนี้ผมทราบจากบทความของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ (อีกแล้ว) ท่านเล่าว่าในการประชุมวิชาการครั้งหนึ่ง มีนักวิชาการท่านหนึ่งพยายามจะใช้ภาษาเมืองในการสัมมนา แต่พูดๆ ไปมีคำไทย มีำคำฝรั่งหลุดมาเรื่อยๆ อาจารย์ท่านสรุปว่าภาษาคำเมืองไม่ได้พัฒนาไปตามภาษาวิชาการ จึงไม่มีคำรองรับศัพท์ใหม่ๆ นับว่าเป็นภาษาที่ใกล้หมดลม น่าเป็นห่วง

เรื่องธรรมนี้ ผมเห็นมีพระ (หรือเณร) รูปหนึ่งนำเสนอข้อธรรม ด้วยการ์ตูน ตัวผมเองไม่เคยเปิดอ่าน และไม่ทราบชื่อท่าน แต่คิดว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจทีเดียวครับ

ขอบคุณครับ