มิใช่..น้ำผึ้ง..หากเป็นเช่นน้ำอมฤต หยาดให้จิบดั่งน้ำค้างอนันต์ค่า คือน้ำใจใสงามเนิ่นนานมา คือน้ำตาแห่งปิติพลีแด่กัน จากใจทองครองขันธ์อันวางว่าง เพียงแผ้วถางทางเหนือโลกย์ลบโศกศัลย์ ถือเป็นโชคโลกเมตตามาพบกัน ดั่งคู่ขวัญคู่บุญสร้างทุนทาน ในเส้นทางเลือกเคียงเลี่ยงกิเลส รู้ดับเหตุแห่งทุกข์สุขแสนหวาน รสใดเล่าจักคงอยู่นิรันดร์กาล เท่าสายธารธรรมธาราสัจจะรัก วันเวลามิประมาทอาจเช่นนั้น จึงฝ่าดั้นคว้าดาวแม้นหนาวนัก มาหว่านโปรยประดับใจทุกที่รัก ให้ประจักษ์แด่ผองชนคนร่วมชะตา เจ็บแลตายคล้ายเส้นทางยากเลี่ยงหลบ ตะวันพลบรอชีพดับไปกับหล้า มากผู้คนเวียนว่ายทะเลน้ำตา สูญเวลาไปชั่วกาลหวานวัฎวน สู่เส้นทางสายสงบพบกระจ่าง สุขในว่างสุขนิรันดร์ฝันเพียรพ้น ดั่งบัวบานเหนือน้ำค่าเหนือคน กลางกมลดอกบุญบานตระการใจ ฝันพาจิตลอยล่องท่องนทีทิพย์ ข้ามสีทันดรไกลลิบสู่สวรรค์ไสว ปาริชาติบานรอรับขวัญนะดวงใจ คือยิ่งใหญ่เหนือชีพชนม์สั้นวันมรณาในโลกามนุษย์..! ………….. ฝนพรำพรม..เปาะแปะๆ รอบข้างมืดมาก มองเห็นเพียงคอกวัวใต้กอไผ่รำไรๆสลัว เลือนลางในท่ามกลางความมืด ต้นมะขามหลังบ้านเป็นเงาตะคุ่ม แผ่คลุมเชยชายคากระท่อม หอมหอม ดวงดอกพุดและดอกการะเวกลอยมา สาวนาจุดตะเกียงลาน..ให้แสงอ่อนหวานอบอุ่น วางเคียงหัวนอน ในความมืด.. สาวนา ค่อยๆล้มตัวลงนอน รับความเงียบงาม แห่งเสียงดนตรีสายฝน สาวนารักทุกสรรพเสียงแห่งธรรมชาติไพร ที่แสนไพเราะกว่าเสียงใดในหล้าโลกนี้ ที่แสนสุขใจยามได้เงี่ยหูฟัง เสียงน้ำค้างระรินหลั่งรดรวงเรียว เสียงเรียวดอกไม้อ้อนสายลม เสียงผสานผสมนกไพรและเรไรจิ้งหรีดร่ำร้อง เสียงของสายฝน เสียงลมพายุ เสียงใบไม้ไหว เสียงสายน้ำไหลระริน เสียงทุกเสียงที่สาวนาใช้ใจภายในสัมผัสได้ ด้วยใจดวงดายเดียวกับทุกเงียบงาม สาวนามีความสุขอย่างลึกซึ้ง และแม้จะคิดถึงอ้ายสักปานใด สาวนาก็รู้รำงับใจและ และคิดว่า..หัวใจสาวนาที่เหว่ว้าลำพัง ก็ให้ความสุขแบบนิ่งงันงดงาม จนยากจะหานิยามใดมาอธิบาย สาวนา..รู้ว่าเพราะชีวีเกิดมากับดิน กับความร้างไร้ ที่สอนให้สาวนาชอบชีวิตเรียบง่ายเปล่าดาย มีแค่วัวควาย มีทุ่งนามีผักปลามีแม่พ่อก็พอใจก็แล้ว ชีวิตสาวนาชินกับความไม่มี และรู้สึกดีกับความยากไร้ สาวนา คล้ายได้ธรรมะจากธรรมชาติสอนสั่ง ให้หันหลังหนีจากโลกวายวุ่น มีดวงใจที่รับหอมกรุ่น จากหอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน และกับกมลที่ชอบความสงบงาม ร้างไร้ แสงสี ห่างไกลผู้คนมากมีมากมาย ที่พากันว่ายวนหลงในโลกวัตถุนี้ที่ คิดให้ดีดีก็เท่านั้นก็เท่านี้ หาใช่สุขที่ถาวรจีรังไม่ สาวนา..จึงพอใจที่จะอยู่กับโลกไพร โลกท้องทุ่ง กับเรียวรุ้งคุ้งโค้งบนฟากฟ้า.. ที่งามเจิดจ้าสวยสดใสกระจ่างใจจรัสตา ในทุกคราที่หาดูได้ง่ายแสนง่าย ราวเวทีฝันสวรรค์หล้า ที่ฟ้าเบื้องบนเมตตาประทานพร ให้สุขทุกดวงตาดวงใจชาวดิน สาวนา.. กราบขอพรพระและพร่ำสวดมนต์ภาวนา ขอชีวิตสาวนาพบงามง่ายงามเงียบอย่างนี้ ตลอดไปไม่เคยหวังสิ่งใด ด้านวัตถุเพิ่งรกรุงรัง ขอแค่ได้ฝังร่างใจ มีเสื่อผืนหมอนใบ มีชีวิตไพรและ มีข้าวเต็มนาปลาเต็มหนองก็พอใจแล้ว แม้ห้องหับก็แค่ฝาไม้ไผ่ หากหัวใจก็รู้สึกงามว่าง อย่างได้สัมผัสซึ้งถึงบึ้งธรรมชาติ สาวนาไม่มีทีวีดู มีแค่วิทยุยี่ห้อธาณินท์เก่าๆ ก็มิเหงาใจ ได้ฟัง บทเพลงลุกทุ่งไทยสะท้อนใจสะเทือนทุ่ง รับอุษาสางก็งามใจบรรเจิดพอแล้ว สาวนาจะเด็ดผักมาจากริมบึง และหุงข้าวหอม รอใส่บาตรหลวงตา และ รอเวลาฟ้าไม่ทันสว่าง น้ำค้างยังหยดเยียบเย็น เดินไปคันนา..รอเวลาหว่านไถ และนี้คือวิถีชีวีไพรของสาวนา ที่พอใจและคงมั่นมีผันแปรไปตามกระแสโลก กระแสเมือง.. ให้เปล่าเปลืองเสียเวลาไล่ล่าหาเงินงาม และตามมาด้วยความเครียดจากโรคร้ายทางใจ ในความมิเคยรู้จักอิ่มจักพอ.. ล้อไปตามคลื่นความต้องการ ที่จิตวิญญาณและร่างมิเคยได้ผ่อนพัก หนักแสนหนักกับแอกใจบนบ่ากับการแสวงหาเพียงสุขภายนอก มิลอกเปลือกพบแก่นกระพี้ ที่ทุกชีวิต่างก็ดิ้นรนมิพ้นแรงกรรม ที่กระหน่ำวัตถุมาป้อนเปรอปรนจนลืม และรู้จักความสมถะพอดีและพอเพียง และนี้คือหัวใจดวงดินดวงเดิมของสาวนา ที่ยอมรับเหว่ว้าด้วยความดายเดียวลำพัง ได้อย่างงามงดและแสนสุขใจเสียไม่มี สายชล ..จันทนีย์ อุนากูล เหม่อมองดูสาย น้ำ วน เหม่อมองสายชล ที่ไหล ริน เหม่อมองดูนก ผก ผิน บินลับ ไป ยาม เหงา เราถอนใจ บิน ไป ไม่กลับ มา เปล่าเปลี่ยวจริงหนอ หัว ใจ อยากจะรักใคร เศร้าใจทุกครา หมดแรงกำลัง อ่อน ล้า และหลง ทาง เจ็บ นั้น ยังเจ็บไม่จาง อ้าง ว้าง ดังสาย ชล แม้ใจจะเจ็บ เก็บมาคิดคิด อดีต ช่างงามล้ำล้น มิเคยลืม ภาพเราสองคน มิเคยลืม ยังหลอกลวงตน มิเคยลืม ว่าเคยรักเธอ สาย ชล หลั่งรินไหลวน มาพานพบเจอ เหตุการณ์ผ่านไป ยัง เพ้อ พะวงทุกวัน อก เอ๋ย ขมขื่นตื้นตัน จาก กัน หรือฝัน ไป มิเคยลืม ว่าเคยรักเธอ สาย ชล หลั่งรินไหลวน มาพานพบเจอ เหตุการณ์ผ่านไป ยัง เพ้อ พะวงทุกวัน อก เอ๋ย ขมขื่นตื้นตัน จาก กัน หรือฝัน ไป…