ขออนุญาติส่งการบ้านครั้งที่ 7 (เป็นครั้งที่ 2)
เนื่องจากส่งลง blog เดิมไปแล้วเมื่อ 16.8.50
แต่อ่านไม่ได้ครับ
การบ้านครั้งที่ 7 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550 กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้นำเสนอ นายพนม ปีย์เจริญ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> </p>Competency <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ</p>
1. Core Competency
2. Managerial Competency
3. Functional Competency
4. Individual Competency
ซึ่ง Competency นั้นต้องประกอบด้วย
- Skill (ทักษะ)
- Knowledge (ความรู้)
- Behavior (พฤติกรรม)
ในที่นี้ คุณซาร่าได้นำเสนอทฤษฎี ABC Theory ซึ่งผู้บริหารจากต่างประเทศนำมาให้ Baker Macancy ในประเทศไทยคือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ
A = Attitude
B = Behavior
C = Consequences
ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันค่อนข้างหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใดก็ตาม ก็ต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยของเรา
Boyatzis ได้กล่าวถึงความหมายของ Competency ว่าเป็น “คุณสมบัติที่มีความเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า”
อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบัน เราให้ความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น เพราเราเชื่อว่า
“ ในอนาคต Competency จะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร มากกว่าตัวสินค้าและบริการ และเชื่อว่า Competency Based ดีกว่า Technical Knowledge Based ”
เพราะเรายังเชื่ออีกว่า Core Competency เป็นเอกลักษณ์ ที่แสดงถึง Know – How ขององค์กรอันเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปสินค้าและบริการ และยังยากต่อการเลียนแบบอีกด้วยคำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรเล่าที่เป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิด Competency <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">1.Share Mind Set การมีทัศนคติร่วมกัน แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ</p>
ภายใน ที่เราต้องเข้าใจ
- เป้าหมาย
- Vision
- Mission และ
- Strategy ขององค์กร
ภายนอก เป็นส่วนที่เราต้องเข้าใจ
- Costumer
- Supplier
- etc.
2.Management and Human Resources Practices เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการตั้งแต่- กระบวนการ Recruit - Select - การบวนการ Human Resource Development- กระบวนการ Evaluation และ Compensation ไปจนถึง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">- กระบวนการ Career Planning , Career Management </p>
ตลอดจนกระบวนการของ Communication
3.Capacity for Change
ความสามารถในการปรับปลี่ยน พฤติกรรมและคนในองค์กร เช่น ต้องให้มี Empowerment ในองค์กร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"></p> 4.Leadership <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> การพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องให้เกิดมีในทุกระดับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Competency ซึ่งการเกิด Competency ในทุกด้านจะทำให้องค์กร เป็นองค์กรที่เป็น High Performance Organization อันเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในทุกองค์กรต้องการ</p>
เหตุที่ต้องการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงก็เนื่องมาจาก
- ความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมพนักงานด้วยการ Training และ Education
- สภาพการแข่งขันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ต้องช่วงชิง Market Share และเพื่อให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริหารมีความต้องการ Unique Assets อันเป็นสิทรัพย์ขององค์กรที่มีความแตกต่างไปจาก Generic Assets อันเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่ลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก
แต่ Competency ของคนในองค์กรที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Unique Assets นั้น ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> อันเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิด Core Competency ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง know – How ขององค์กรเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปของสินค้า และบริการอันถือว่าเป็น Competency Advantage ที่ยากต่อการเลียนแบบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">โดยมีองค์กรประกอบ 3 ด้านใหญ่ๆคือ</p>
1. ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพ โดยต้องอาศัยกระบวนการทุกกระบวนการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ตั้งแต่
- กระบวนการสรรหา,คัดเลือก
- กระบวนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์
- กระบวนการวัดผล ประเมินผลและให้ผลตอบแทน
- กระบวนการ Career Planning และCareerManagement
- ตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> </p>
2. องค์กร ที่ต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ ( New Public Management )โดยต้องมีโครงสร้าง ( Structure ) ขององค์กรที่
- มีความเป็นทางการต่ำ ( Formalization )
- มีความซับซ้อนต่ำ ( Complexity )
- มีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ( Centralization )
โดยเฉพาะถ้าเป็นองค์กรภาครัฐก็ต้องยึดหลักปฏิบัติที่ถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางกล่าวคือ
1. ต้องสนองตอบประชาชนมากกว่าองค์กร ( Social Equity )
2. ไม่เลือกปฏิบัติ ( Equality )
3. มุ่งสู่การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ( Value – Based )
4. แสวงหารูปแบบโครงสร้างที่ Flexible ( Change )
ซึ่งอาจารย์ ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ได้พูดถึงสิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการในขณะนี้คือ 1. ความรู้ใหม่ๆ ( New knowledge )2. ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective / Competency )3. ทัศนคติที่ดี ( Positive Attitude )4. การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach ) 5. ความสามารถในการแข่งขัน ( Competitive Advantage ) 6. ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management ) 7. ภาวะความเป็นผู้นำ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> 3. วัฒนธรรมองค์กร</p>
เช่น การทำงานเป็นทีม
การเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง โดยมีผู้นำเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดแนวทางทั้งหมด
การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร </span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> - กำหนดวิสัยทัศน์ ( Vision ) ภารกิจ ( Mission </p>
- กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ( Business Strategy & Process )
- วิเคราะห์ประเมินจุดเด่น , จุดด้อย , โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ( Swot Analysis )
- วิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับ ตามทิศทางกลยุทธ์การ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- วิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัทฯ ( Core Competencies ) และทักษะ ความสามารถที่จำเป็นที่จำเป็นต้องปฏิบัติงาน ( Professional or Technical Competencies )
- กำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้และความสามารถหลัก
- นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงาน ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน ดังที่กล่าวไว้
โดยต้องมองให้ออกว่า เราต้องการคนเช่นไรถึงจะทำให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จ และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )
ซึ่งความสำเร็จในการจัดทำ Competencies จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
1. ต้องเชื่อมโยง Competencies กับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายของธุรกิจตลอดเวลา
2. โดยเริ่มจากร่าง Competencies ที่ใช้กันโดยทั่วไปก่อน
3. พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นทีมในการจัดทำ Competency
4. ต้องเน้นเรื่องการนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่สร้าง Model ขึ้นมา
5. ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกฝ่าย
6. ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบอยู่บ่อยๆ
7. มีการจัดทำการประเมิน Competency ที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเกินไป
8. จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารสำหรับผู้จัดการและพนักงาน
9. มีการทดลองใช้ Competencies กับบางแผนกก่อน
10. ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่จะทำองค์กรเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ( High Performance Organization ) อันจะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )
คนทุกคนในองค์กรจะต้องมีศักยภาพที่เพียงพออันเนื่องมาจากทุกกระบวนการที่ช่วยพัฒนา ห้มีความพร้อม จนทุกคนในองค์กรเป็นสินทรัพย์ประเภท Unique Asset ที่องค์กรอื่น ก็ยากที่จะลอกเลียนแบบได้.
นายพนม ปีย์เจริญ
Mr.Panom Peecharoen
16.8.2007 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> </p></span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> </p></span></span></span></span></span></span></span></span></span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> </p></span></span></span></span>