<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พื้นฐานของ ทรัพยากรมนุษย์ </p> ทฤษฎีทุน 8 ประการ ของ ดร.จิรา หงลดารมย์ 1. Human Capital ทุนมนุษย์2. Intellectual Capital ทุนทางปัญญา3. Ethical Capital ทุนจริยธรรม4. Happiness Capital ทุนแห่งความสุข <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 180pt; text-indent: -162pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5. Social Capital ทุนสังคม ต้องเชื่อมโยงเข้าหากลุ่ม</p>
สังคมใหม่กว่าเดิม เพื่อจะได้สร้าง
เครือข่ายใหม่ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 180pt; text-indent: -162pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">6. Sustainability Capital ทุนความยั่งยืน แต่ขาดคุณธรรม,</p> จริยธรรม ก็ไม่อาจยั่งยืนได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 180pt; text-indent: -162pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">7. Digital Capital ทุน IT สมัยใหม่เป็น Long tail คือ ถ้า</p>
อยากดูหนังสักเรื่อง ใน USA จะมีร้าน
IT ที่ทันสมัย โดยเข้าไปเลือกดูจาก
IT ได้เลยไม่ต้องเสียเงินมาก ต้องเดิน
ทาง เสียค่าใช้จ่ายเข้าไปดูในโรงภาพ
ยนต์8. Talent Capital ทุน knowledge,skill,Mindset กฎของ Peter Senge 5 ประการ 1. Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง มีวิสัยทัศน์เฉพาะตน มองเห็นสิ่งที่เป็นจริง2. Mental Models แบบอย่างทางความคิด เข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในและปฏิบัติอย่างถูกต้อง3. Shared Vision เห็นอนาคตร่วมกัน มุมมองแต่ละคนออกความคิดเห็นและรวบรวมนำประโยชน์มาใช้4. Team Learning เรียนเป็นทีม เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม จะได้เกิดความคิดหลากหลาย5. System Thinking คิดมีเหตุผล เรียนรู้เป็นระบบ เป็นขั้นตอน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; tab-stops: 0cm" class="MsoNormal">จากบทความการเรียนรู้ของ Peter Senge จะเป็นด้านกำไรและ สถานที่เป็นส่วนใหญ่ สิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญคนในองค์กรน้อยมาก หรือ ทุนมนุษย์ของ Senge ไม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก</p>
เปรียบเทียบระหว่าง <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
ดร.จิรา
</tbody></table> มีวิสัยทัศย์ที่แคบ ส่วน ดร.จิรา มองถึง HR มีความสำคัญเป็นอันดับแรก และสำคัญมากสำหรับองค์กร และมองในมุมกว้าง มองจาก Macro ไป Micro ข้อ 1. สรุปการเปรียบเทียบทฤษฎีของ 8 K’s Dr.Jira 5 K’s ของ Sange สามารถกล่าวได้ว่า Dr.Jira มี Vision ในมุมมองที่กว้างไกล มากกว่า ทฤษฎี 5 K’s ของ Sange นักศึกษาสามารถนำปใช้ในองค์กร และในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี และมีความสุขมาก ถ้าคิดถึงทฤษฎี 8 K’s ของ Dr.Jira ข้อ 2. โดยหลักการ ทฤษฎี ของ Sange มี 5 ข้อ ทฤษฎี ของ Dr.Jira มี 8 ข้อ ทฤษฎี 8 K’s ของ Dr.Jira มีความละเอียดดีกว่าของ Sange คือ มองทุกอย่างในองค์กร เป็นมุมมองที่กว้างขวาง ทุกด้าน ทุกมุม เริ่มต้นตั้งแต่ภายใน, ภายนอกของคนในองค์กร และ สิ่งแวดล้อม ทุกอย่างขององค์กร คือมองจาก Macro ไปสู่ Micro เราจึงสามารถนำทั้งสองทฤษฎีมา โดยนำหลักการมาวางแผน ทำการวิจัยในหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น การทำการอบรมแรงงานให้รอบรู้เพื่อจะได้มีงานทำอย่างยั่งยืน, แรงงานต่างด้าวในเมืองไทย เป็นต้น โดยการวางแผนปฏิบัติจริง ทำจริง รู้ให้จริง ตรงกับ ทฤษฎี 2 R’s ของ Dr.Jira คือ 1. Reality มองความจริง2. Relevant ตรงประเด็น นอกจากนี้ยังมี ทฤษฎี 4 L’s ซึ่งเป็นทฤษฎีวัฒนธรรมของการเรียนรู้ คือ 1. Learning Methodology เข้าใจการเรียนรู้2. Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้3. Learning Opportunities สร้างโอกาสในการเรียนรู้4. Learning Communities สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งท่าน Dr.Jira ได้ทำโครงการ KPD ร่วมกับโรงเรียนอาชีวะศึกษา ในการทำโครงการ KPD (Key People Development) โดยนำเด็กอาชีวะเข้าทำการอบรม ให้ใฝ่รู้ในการเรียนรู้ รู้จริง ทำจริง มีโอกาสไปดูงาน ฝึกงาน ตามแหล่งอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อจะได้รับค่าตอบแทนได้สูง มีความสามารถ ประสิทธิภาพในการทำงานสูง สามารถทำงานได้ตลอดอายุการใช้งาน จะไม่ตกงาน หรือไม่มีงานทำเหมือนปัจจุบัน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมไพบูลย์ เท็กซ์ไทล์ โรงงานผลิตรองเท้ากีฬา เพราะฝีมือแรงงานไม่ได้มาตราฐาน ค่าแรงงานสูง ต่างชาติก็เลิกจ้าง ย้ายถิ่นฐานออกไปประเทศอื่น </span></span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; tab-stops: 0cm" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></span></span>