การบ้านครั้งที่ 8เรียนวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2550 กับท่าน ศ. ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนักศึกษาชื่อ นาย กฤษฎา สังขมณี หัวข้อที่ศึกษากว่า 3 ชั่วโมง (9.00 – 12.30น.) คือ Globalization มีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆมากมาย น่าสนใจอย่างยิ่งในด้านการจัดการทุนมนุษย์ (Human Capital Management) เนื้อหาที่ศึกษามีดังนี้ศ. ดร. จีระ กล่าวว่าเรื่องทรัพยากรมนุษย์ต้องมองจาก Big Picture สู่ระดับองค์กร และต้องมองอย่างเป็นองค์รวม คำถามแรกที่พวกเราต้องคิดคือ “ทุน” คืออะไร คำตอบที่ “โป๊เชะ” คือ ต้องมีการจ่ายออกไปก่อนในลักษณะการลงทุน ไม่ใช่เป็นค่าใช้จ่าย ทุนมนุษย์จึงเป็นการลงทุนในตัวคน ต้องเสียสละเวลาและโอกาสในการทำสิ่งอื่น เพื่อการพัฒนาคนให้เป็น Good Global Citizen คนจะดี มีความสามารถ ต้องมีพื้นฐานทางการศึกษาที่ดี และสามารถรู้ข้ามศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ สังคมวิทยา ศาสตร์ของชาวตะวันตก และศาสตร์ของชาติตะวันออก จึงจะแข่งได้ในยุคโลกาภิวัตน์ โดยที่ทฤษฎี K.P.D. (Key People Development) กล่าวว่าคนต้องได้รับการพัฒนาจึงจะเป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จ จึงต้องทำให้คนมี Employability ได้ในทุกสถานการณ์ ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ. ดร. จีระประกอบด้วย1. Human Capital = ทุนมนุษย์ มาจากการอบรมเลี้ยงดู การศึกษา สุขภาพทั้งกายและจิต ทำให้มนุษย์สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเอง สังคม ประเทศชาติมีความสำคัญที่สุด เน้นที่การพัฒนาคน รู้ข้ามศาสตร์ มากกว่าเน้นที่การควบคุม 2. Talented Capital= Knowledge + Skill+ Mindset ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เป็นผลจากต้นทุนมนุษย์ที่มีมาก่อน (Human Capital) คือ อบอุ่น รักการเรียน สุขภาพดี ร่วมมือ ใจกว้าง ประชาธิปไตย มีผลต่อความสำเร็จ ความก้าวหน้าของประเทศ ความได้เปรียบในการแข่งขันเกิดจากทรัพยากรมนุษย์ ทำให้เกิด INNOVATIONมันสมองมนุษย์มาจาก Human + Intellectual + Talent 3. Intellectual Capital = ปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดการไหลบ่าของความรู้ ความรู้เป็นองค์ประกอบของชีวิต 4 L’s Learning Methodology (แลกเปลี่ยนความเห็น,workshop, Assignment, ใช้ IT Multimedia) Learning Environment มี Coach , Facilitator , Mentorนำไปสู่ Creativity Learning Opportunity หาโอกาสเจอผู้รู้ Learning Community สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น อาจเป็น Study tour รวมถึงวงกาแฟเช้าวันเสาร์ และต้องมีความต่อเนื่องและต่อเนื่อง4. Digital Capital คนต้องก้าวทันเทคโนโลยีที่ทันสมัย 5. Ethical Capital คนต้องมีจริยธรรม6. HappinessCapital = ความสุข เกิดจากมนุษย์มีทุนความรู้ (Talent) ได้แก่ Knowledge , Skill และ Mindset + ทุนปัญญา (Intellectual) + ทุนทางจริยธรรม (Ethical)7. Social Capital ทุนทางสังคม เน้นที่การมีเครือข่าย Linkage, Connection , Networking8. Sustainable Capital = ยั่งยืน โลกเปลี่ยนเร็วมาก ต้องพัฒนายั่งยืนอย่าตามกระแสโลกจนสูญเสียตัวตน ทฤษฎี 5 K’s แนวใหม่ เป็นทฤษฎีเพื่อการพัฒนามนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย 1. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์2. Knowledge Capital ทุนทางความรู้3. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ เพื่อเติมทฤษฎี 5 K’s ให้สมบูรณ์ ควรมี Intellectual Capital (IC) หรือทฤษฎี The Theory of Intangible รวมถึงมี Ethical Capital , Sustainable Capital และ Social Capital เพื่อให้เกิดการแพร่ขยายและงอกเงยทางปัญญาต่อไปIntellectual Capital ที่ดีควรเป็นการสานสัมพันธ์ของ Human Capital , Structural Capital (ประกอบด้วย Customer , Data base , Finance , Marketing) และ Relationship Capitalจะเห็นได้ว่าทุนทั้งหลายเป็น Sub Set ของทุนมนุษย์ ทรัพยากรทางการเงินก็มาจากความสามารถของมนุษย์ การใช้ทรัพยากรป่าไม้ ประมง ที่ดิน และทรัพยากรธรณี ให้มีประสิทธิภาพก็อยู่ที่คนอีกเช่นกัน การลงทุนที่คุ้มค่ากับคนจึงต้องมุ่งไปที่ อาหารโภชนาการ การศึกษา การอบรม และทำให้ครอบครัวอบอุ่น มีความสุข ขอเปรียบเทียบทฤษฎี 8 K’s ของท่าน ศ.ดร.จีระ และทฤษฎี 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ กับ 9 ย ของผมดังนี้ครับ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table> สำหรับแนวทางการทำงาน 4 แนว ที่ทำให้ประสบความสำเร็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ต้องคิดว่า1. ทำอะไร2. ทำอย่างไร3. ทำเพื่อใคร4. ทำแล้วได้อะไร และมี 6 หลักการคือ1. คิด Macro ทำ Micro2. ทำเป็นขั้นเป็นตอน3. ทำเรื่องยากให้ง่าย4. นึกถึง “ภูมิสังคม” ให้เหมาะสม5. มีการสื่อความ ประสานงาน จนกลายเป็นการบูรณาการ6. ทำแล้วต้องมีผู้เป็นเจ้าของเพื่อสืบสานอย่างต่อเนื่องและต่อเนื่อง สำหรับ Peter Senge นักคิดชาวตะวันตกเจ้าของแนวคิด Long Life Learning All Over the Organization ก็มีหลักการและแนวคิดคล้าย ศ.ดร. จีระ คือ1. Personal Mastery เป็นการกระตุ้นการเรียนรู้คนทุกระดับในองค์กร2. Mental Model คนต้องคิดอย่างมีวิจารณญาณ ในลักษณะ Non-Linear Thinking3. Share Vision เป็นการร่วมคิด สร้างสรรค์ ร่วกันปฏิบัติ4. Team Learning แลกเปลี่ยนความรู้ต่อกัน ไม่มีใครเก่งไปเสียทุกด้าน5. System Thinking การคิดและปฏิบัติต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบจากหนังสือที่ได้รับมอบหมายให้เรียนรู้ชื่อ “Leveraging the New Human Capital : 1 People , The Engine of Success” สาระสำคัญมีดังนี้องค์กรต้องเห็นคนสำคัญที่สุดเพราะเป็นผู้ขับเคลื่อน นำพาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่องค์กร แต่ถ้ามองอย่างอื่นเช่นกำไร ยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด ซึ่งมักจะมอง นั่นคือสาเหตุของปัญหา คนในความคิดสมัยใหม่ที่จะทำให้แข่งขันได้ในยุคโลกาภิวัตน์ จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ สร้างความคิดออกมาเป็นนวัตกรรมได้ดี มีความรู้ในศาสตร์เฉพาะด้าน และศาสตร์ในการบริหารจัดการ เพื่อให้ร่วมมือทำงานกันได้ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ให้แก่กัน เชื่อถือไว้วางใจกัน มีการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ใส่ใจและเข้าใจกันในฐานะคนที่ผูกพันกัน สื่อสารกันอย่างเกิดประโยชน์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ คำพูด การกระทำ รวมถึงใช้เครื่องมือที่ทันสมัยให้เกิดประโยชน์ที่สุด