เรียน พ่อครูบา ที่เคารพ
ปกติจะเป็นผู้อ่าน บล็อก แบบพลังเงียบ อาจเป็นเพราะวันนี้ก่อนเข้ามาอ่านบล็อกได้อ่านหนังสือ รุ่งอรุณแห่งการศึกษา ของท่านพระธรรมปิฎก ที่สอนให้รู้จักมองหาข้อดีของตนเองเพื่อแบ่งปันแก่ผู้อื่น เห็นว่า น่าจะสอดคล้องกับคติของชุมชนชาวบล็อกเกอร์ เลยขอคัดลอกมาฝากแปะไว้ ดังนี้ค่ะ
“การที่เรากลายเป็นผู้ตามและเป็นผู้รับ ก็เพราะเรานึกว่าเราไม่มี จึงต้องคอยรอรับ เราจะมองแต่เพียงว่า อันนั้นอันนี้เราไม่มี แล้วก็คอยรับเอาจากเขา เลยมองเห็นแต่ในแง่ที่เขามี ที่เขาดีกว่า เหนือกว่าเรา ไม่เห็น ไม่มองสิ่งที่ตนมี ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง และมีความรู้สึกด้อยและต่ำต้อย
แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้นำและผู้ให้ ก็จะมองว่า เรามีอะไรดีบ้างที่จะให้แก่ผู้อื่น ที่จะไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาอารยธรรมของโลก ทำให้ต้องมองตัวเอง และสำรวจสิ่งดีที่ตัวมีบ้าง เสร็จแล้วก็จะมองเห็นขึ้นมาเลยทีเดียวว่า เราก็มีอะไรบางอย่างดีๆ ที่จะให้แก่คนอื่นเหมือนกัน
ถ้าสร้างจิตสำนึก และลักษณะจิตใจแบบผู้นำและผู้ให้ขึ้นมาได้ คนไทยก็จะเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อารยธรรมของโลกและแท้จริงแล้ว ประเทศไทย สังคมไทยและคนไทย ก็มีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้นได้ แต่เราไม่ได้สร้างจิตสำนึกนี้ขึ้นมา จึงไม่ได้มองสิ่งดีที่ตนมีและไม่คิดทำสิ่งดีที่จะให้แก่ใครอื่น”
มองว่า ขณะนี้ชุมชนบล็อกเกอร์กำลังสร้างจิตสำนึกแห่งการให้กันอยู่อย่างเต็มกำลังนะคะ
ขอขอบพระคุณ พ่อครูบาและคณะทุกท่าน ขอบคุณสร้อย ที่จัดสรรโอกาสให้ได้พบเจอกับผู้ที่มีจิตใจแห่งการให้ร่วมกัน สิ่งที่ทุกท่านได้เติมใจให้คุณครู ทำให้เรามีเรี่ยวแรงในการเดินไปในเส้นทางที่คุณครูโรงเรียนมงคลวิทยาชวนกัน “สอนด้วยความรัก ความรู้ และความเป็นครูอย่างแท้จริง” อย่างเชื่อมั่นมากขึ้นค่ะ ขอบพระคุณสำหรับแบบอย่างของเมตตาธรรมที่ให้ด้วยนะคะขออนุญาต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย ว่า วัดที่พ่อครูบาไปเยี่ยม คือวัดพระธาตุหริภุญชัย และ ครูเซี้ยง อาปา(พ่อ) ของดิฉัน เสียชีวิตแล้วค่ะ