สวัสดีครับอาจารย์
คุณแว้บ
- ก่อนอื่นขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนครับ
- แฮ่ม..ลูกสาวผมเรียนกับอาจารย์บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนอออ ตอนนี้อยู่ ปี 4 Biotech ครับ
- เข้าเรื่อง...ผมเข้าใจและเห็นด้วยหลายอย่างที่อาจารย์กล่าวมาครับ ผมคิดไปข้างหน้าด้วยครับ ขออนุญาติอ้างอิงท่านครูบาสุทธินันท์อีกครั้งครับ ท่านตั้งชื่ออาศรมของท่านเป็นเฮฮาศาสตร์ แรกๆผมก็เห็นว่าเออ "ท่านตั้งชื่ออะไรพิกลจริง" เฮฮาศาสตร์ ศาสตร์อะไรกันหนอ.. ต่อมาติดตามบันทึกท่านบ่อยๆ ติดตามส่วนที่ท่านตอบบันทึก ..จนไปพบท่านที่อาศรม..จึงเข้าใจลึกซึ้งมากว่าทำไปจึงเป็น เฮฮาศาสตร์
- มันเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกแบบหนึ่งที่ต่างไปจากกรอบเดิม รูปแบบห้องเรียน วิธีการเก่าๆ ที่เคร่งเครียด หน้านิ่วคิ้วขมวด และเป็นบรรยากาศปิดกั้นปัญญามากกว่า ปิดกั้นการสร้างสรรมากกว่า แต่หากทำแบบสบายๆ เปิดโล่งออกจากห้องเรียน กันเอง และกระตุ้นอารมอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยเฮฮาเล็กๆ ใหญ่ๆ ตามโอกาส และได้ผล หากท่านที่ไม่เข้าใจ เห็นแต่รูปแบบภายนอกก็จะเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ครับ แต่ผมเห็นมุมดังกล่าวจึงศรัทธาวิทยายุทธท่านครับ
- ผมเห็นการก้าวหน้าของสังคม blog เลยคิดเลยไปถึงอนาคต ก็ต้องขออนุญาตอ้างท่านครูบาอีกครั้งครับ ว่า ท่านกล่าวหลายครั้งว่าชาว Blog รักใคร่กันขนาดนี้ ใจถึงใจ สาระถึงสาระ มันกลานเป็นแรงเกาะเกี่ยวกันไปเลย ตรงนี้คือพลัง ผมเชื่อว่าท่านเห็นพลังนี้ และเอ่นปาก แหย่ก๊วนตั้งหลายครั้งว่าน่าจะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทั้งแหย่ให้คนนั้นน่าจะทำนั่นทำนี่ นั่นท่านเห็นพลัง ท่านเห็นแนวทางสร้างสรร ท่านเห็นว่าน่าที่จะทำอะไรได้มากขึ้นให้แก่สังคมมากกว่าการคุยกันบนหน้าจอคอมฯเท่านั้น (ท่านครูบาครับหากผมเข้าใจผิดขอกราบขออภัยด้วยครับ) ผมเองก็เห็นอย่างนั้น อย่างที่ท่านเห็น คิดว่าหลายท่านอาจจะคิดเหมือนๆกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือแตกต่างกัน ก็น่าที่จะเป็นประเด็นได้ครับ
- บรรยากาศที่สร้างสรรนี้น่าที่จะนำไปต่อยอดสร้างสิ่งอื่นๆต่อเนื่องไป เช่นท่านครูบาให้เราไปปลูกต้นไม้กัน ไปกราบใหว้พระที่วัด ไปร่วมประเพณีท้องถิ่น เหล่านี้เป็นเพียงกิจกรรมเล็กๆเบื้องต้น อนาคตอาจจะยกก๊วนไปปลูกป่าให้แก่น้องดอกแก้วกันบ้างเป็นต้น
- เหล่านี้คือเจตนาของผมครับอาจารย์