เราเชื่อได้แค่ไหนว่ารัฐไทยจะเปิดโอกาสให้พลเมืองชั้นสองของประเทศได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้เท่าเทียมกับ "คนไทย" ทั่วไป

ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า เป็นไปแทบไม่ได้เลย เพราะแนวคิดของรัฐทุกรัฐต้องกดหัวคนที่เป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อยไว้อยู่แล้ว

ส่วนหนึ่ง เพื่อความมั่นคงของรัฐ คือถ้าปล่อยให้มีความหลากหลาย รัฐจะรวมศูนย์อำนาจสั่งการลำบาก

อีกประการคือเพื่อความมั่งคั่งของผู้ที่เสวยประโยชน์จากอำนาจรัฐเอง ถ้าเอาชนชั้นมาจับ ก็คือชนชั้นปกครอง นักการเมือง และนายทุน

อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ทุกรัฐในโลกเขาก็ทำกันอย่างนี้ เพียงแต่ดีกรีความเข้มอาจแตกต่างกันไปบ้าง

ดังนั้น ผมคิดว่าจะโฆษณาชวนเชื่อให้รัฐใจกว้างอย่างไรก็ไร้ผล เพราะรากฐานความคิดของรัฐมันไม่เอื้อ

อาจจะมีข้าราชการผ่าเหล่าอย่างคุณจตุพร แต่ก็จะถูกข้าราชการด้วยกันมองอย่างเคลือบแคลง

เหมือนพวก X-Mens ในหนัง ที่ถูกแอนตี้โดยรัฐบาล ทั้งๆที่พวกเขาเป็นฮีโร่อย่างในหนัง ยังไงยังงั้น

ผมคิดว่าต้องสร้างทางเลือกใหม่ในการพัฒนา ให้กับคนชายขอบเหล่านี้ เช่น การสร้างเครือข่ายใหม่ๆข้ามพรมแดนผ่านโลกไซเบอร์ การผลิตสื่อทีสะท้อนตัวตนความคิดของพวกเขาให้ประชาชนพื้นราบได้รับรู้ สร้างสรรค์รูปแบบให้ชนชั้นกลางและ "นายทุนกลับใจ" ที่มีหัวคิดก้าวหน้าได้สื่อสารกับพวกเขา

และในส่วนของนักวิจัย นักพัฒนา ก็ต้องตั้งคำถามอยู่เสมอว่า การพัฒนาที่เราทำอยู่ แท้จริงแล้ว เป็นตัวหมากที่ใครชักใยอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

ประวัติศาสตร์สอนว่า รัฐเองจะให้คุณค่ากับคนเมืองหลวงมากกว่าคนชายขอบเหล่านี้เสมอ

พูดง่ายๆก็คือ ในสายตาของรัฐบาล ชีวิตคนกรุงเทพสำคัญกว่าคนจีนยูนนาน คนลีซู คนกะเหรี่ยง

ถ้าคุณจะอยู่เคียงข้างคนจนเหล่านี้ คุณก็ย่อมถูกเหยียดโดยรัฐและเหล่าบรรดาสาวกเป็นธรรมดา

ร้ายขึ้นมาหน่อย ก็ถูกกำจัดออกจากพื้นที่ จากหน่วยงาน หรือแม้แต่จากประเทศนี้ โลกนี้

นี่เป็นเรื่องความรุนแรงที่ไม่เพียงเกิดขึ้นกับคนชายขอบนะครับ แต่ยังลามไปถึงคนที่อยู่ต่อสู้ร่วมกับพวกเขาอีกด้วย

อันนี้ ผมเข้าใจความอึดอัดของคุณจตุพรดี และค่อนข้างเป็นห่วงคุณจตุพรอยู่ลึกๆ

แต่ยังไง ก็จะร่วมให้กำลังใจเสมอครับ