สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์ ผมขอส่งแรงใจมาช่วยให้ผ่านภาวะอึดอัดนี้ไปให้ได้ครับ

                 ในความเห็นของผม ผมไม่เห็นด้วยกับCMUและโรงพยาบาลที่ผมเคยอยู่ก็ไม่อยากทำCMUครับ ผมไม่อยากทำอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กในตำบล เพราะคิดว่าเป้นการลงทุนที่ไม่คุ้มและลดทอนศักยภาพและความถนัดอันมีค่าของสถานีอนามัยลงไปพึ่งพาศักยภาพทางการแพทย์ของแพทย์ที่อาจไม่เข้าใจชุมชนเพียงพอ จนอาจเกิดสภาพย้ายโอพีดีจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่อนามัยชั่วครู่ชั่ววันเท่านั้น

               ผมจำได้ สมัยเด็กๆ ที่หมู่บ้านมีหมออนามัยคอยให้การดูแลรักษาชาวบ้าน เป็นที่รักใคร่นับถือของชาวบ้านมาก สมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีFamily folderในกระดาษหรือคอมพิวเตอร์คอยเก็บข้อมูล แต่หทออนามัย่ทานั้นรุ้จักหมดเลยว่าใครเป้นลูกใคร บ้านไหนมีคนท้อง ครอบครัวนั้นมีใครบ้าง หม่บ้านมีอะไรกันบ้างช่วงไหนทำไร่ทำนา ช่วงไหน เก็บเกี่ยว ซึ่งปัจจุบันก็มากำนดให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน แต่ไม่แน่ใจว่าที่มีโฟลเดอร์ครบนั่นนะ รู้จักชาวบ้านหมู่บ้านแค่ไหน

             การลงทุนในCMUต้องหาเครื่องมือเพิ่ม คนเพิ่ม นอกจากหมอก็ต้องหาเจ้าหน้าที่แล็บ เอกซ์เรย์และอื่นๆอีก ค่าใช้จ่ายตามมาอีกเพียบ นี่ยังไม่รวมการปรับตัวเข้าหากันของหมออนามัยกับหมอโรงพยาบาลที่จะลงไปทำงานร่วมกัน บนพื้นฐานความคิดที่ไม่ค่อยเหมือนกันอีก

               ในใจผมอยากให้ทำให้หมออนามัยสามารถดูแลคนไข้แบบองค์รวมได้ดีเหมือนอดีต ทำให้เกิดGood Health at Low cost ที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีราคาแพง ใชความใกล้ชิดสนิทสนมไว้วางใจซึ่งกันและกันเพื่อสรางความเข้าใจ โน้นมน้าวใจให้ชาวบ้านมีวุขภาพดี เจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้น้อยลงและร่วมช่วยกันดูแลสุขภาพในชุมชนของตนเองให้เป็นลักษณะ All for Health, Health for all โดยใช้ Low Technology, High touch เพื่อทำให้เกิดLow cost, Low riskแต่High Happiness