กราบสวัสดีครับ ท่าน อ.แสวง ท่านครูบา และทุกๆท่านนะครับ

  • ข้อคิดของท่านครูบาฯ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมชะงักแล้วต้องกลับมาทบทวนแนวคิดของตัวเองที่ได้คิดเอาไว้ เรื่องสำนักงานปราชญ์แห่งชาตินะครับ ในเรื่องการเกิดของปราชญ์ปลอมขึ้นมา หากมีการตั้งสำนักงานปราชญ์ขึ้นมา
  • คราวนี้ ผมกำลังสนใจต่อเรื่องที่มาตั้งคำถามกันว่า เราจะทราบได้อย่างไร ว่าคนไหนคือปราชญ์ ใช้เกณฑ์อะไร ใครตัดสิน เป็นคำถามต่อๆ มานะครับ
  • แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ผมมองนะครับ คือ สำนักงานปราชญ์ที่ว่า นี้ ไม่ได้จะคัดเลือกปราชญ์มาแข่งขันอะไรเลยครับ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แล้วนำไปใช้จริง จากคนที่เคยปฏิบัติจริงในพื้นที่อย่างช่ำชองในด้านนั้น เช่น ด้านดิน การปรับปรุงดิน การจัดการทรัพยากรดิน และด้านอื่นๆ เช่น น้ำ อากาศ ป่าไม้ พืชไร่ สัตว์เลี้ยง ปลา หรืออื่นๆ หรือเชิงบูรณาการ ตามที่ว่าจะเกิดประโยชน์
  • ไม่น่าจะมีการแข่งขันกันเป็นปราชญ์ เพราะสำนักงานปราชญ์ ไม่ได้เข้าไปรบกวนเวลาปราชญ์ในการทำวิจัยของปราชญ์เอง และสำนักงานนี้ หากจะตั้งก็เพื่อจะอำนวยความสะดวกให้กับปราชญ์ในการถ่ายทอดความรู้ออกสู่สังคมไทย ที่เชื่อมต่อถึงกันผ่านฐานข้อมูลปราชญ์ชาวบ้าน
  • ในความเป็นปราชญ์นั้น ชาวบ้านน่าจะทราบดีว่าใครรู้เรื่องอะไรดี แล้วได้ให้ความรู้กับชุมชนดีแค่ไหน การเป็นปราชญ์ ไม่น่าจะทำอยู่แต่กับเรื่องของตัวเองเท่านั้น แต่มีการถ่ายทอดอบรม แลกเปลี่ยนกับคนในชุมชนเพื่อนำไปสู่การขยายผลด้วยครับ
  • เป้าหมายหลักคือว่า จะนำองค์ความรู้ ที่ดีๆ ที่ได้จากการค้นพบของปราชญ์ออกสู่สังคมไทยหรือสังคมโลกได้อย่างไร สำนักงานปราชญ์จะเป็นองค์ช่วยส่งเสริมเพื่อเป็นศูนย์กลาง
  • คือเป็นไปได้ยากที่จะให้ปราชญ์แต่ละท่านมาเขียนบล็อกบรรยายและตอบคำถามคนมากมาย แต่เป็นไปในรูปแบบการพูดคุยถึงพี่น้องคนไทย ที่กำลังประสบปัญหาหอยเชอรี่ จะแก้อย่างไร แล้วอัดเสียงฝากไว้ในบล็อกหรือฐานข้อมูลปราชญ์ ที่ผ่านการประสานงานจาก สนง.ปราชญ์
  • ตอนนี้ผมมององค์ความรู้ที่แท้จริง คือองค์ความรู้ที่เข้าถึงการนำไปใช้จริง แล้วกระทบกับสังคมนะครับ องค์ความรู้บนหิ้ง ก็จำเป็นแต่มาในภายหลังครับ เพราะอยู่บนหิ้งก็จะมีประโยชน์เมื่อคนเข้าถึง
  • คำว่า สำนักงานปราชญ์ นี้ จะมีส่วนกลาง เช่น คล้ายๆ กับ สคส. ที่ทำอยู่ตอนนี้ ที่เป็นแกนนำหลักของ gotoknow ซึ่งในเชิงแนวเดียวกันก็อาจจะทำนองนี้ แล้วมี สนง.ปราชญ์ ย่อยในแต่ละพื้นที่ อาจจะมีการนำความรู้ไปเผยแพร่ผ่านชุมชน ในด้านที่เกี่ยวข้อง
  • บางชุมชนจะมีการอ่านข่าวในยามเช้า พูดคุยผ่านพี่น้องเกษตรกร แล้วแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ผ่านแนวทางนี้ ถึงหูของชาวบ้าน ชุมชนย่อย อาจจะนำแนวทางนี้ มาสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นคำตอบลัดพร้อมการพิสูจน์การทดลองเพื่อยืนยัน เพราะบางที่เอาไปใช้ได้ บางที่เอาไปใช้ไม่ได้ ดังนั้น แนวทางนี้ ก็เพื่อเป็นการบอกว่า แนวทางที่ปราชญ์อีสานค้นพบ อาจจะใช้ได้กับแนวทางปัญหาทางภาคเหนือด้วย แต่อาจจะใช้ไม่ได้กับภาคใต้ อะไรทำนองนี้นะครับ
  • ผมมองถึงแนวทางการบูรณาการเข้าร่วมกันนะครับ ในการเข้าถึงองค์ภูมิปัญญาแบบองค์รวมของสังคมไทยนะครับ
  • ผมเองยังมีประสบการณ์น้อยครับ ในเรื่องการมองเรื่องเหล่านี้ และผมก็ช่วยได้ในเพียงบางส่วนเท่านั้นครับ ท่านอื่นมีอะไรชี้แนะ ด้วยความยินดีนะครับ