สวัสดีน้อง
นายสายลม อักษรสุนทรีย์ <ul>
เกือบทุกคนที่ผ่านมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ที่จังหวัด มีแต่เรื่องนี้ครับ มากน้อย ต่างกัน โฉ่งฉ่างต่างกัน บางคนเงียบกริบ แต่บางคนผยองด้วยนะ คล้ายว่า "ข้ามีแบคอัพ" อะไรทำนองนั้น
เขาไม่สนใจผลกระทบที่มีต่อชาวบ้าน ซึ่งนี่อีกเหตุผลหนึ่งที่พี่สรุปว่า ระบบราชการและค่านิยม แนวทางการปฏิบัติของราชการนั้นไม่เหมาะกับการทำงานพัฒนาชนบทเลยจริงๆ
ระบบนี้มีประโยชน์อยู่ครับ มีคนจำนวนมากเป็นคนดี และตั้ใจทำงานจริงๆ มีอยู่ แต่โดยรวมๆที่ผ่านพบมานั้น Key person ที่มีผลต่องานมักจะมีพฤติกรรมทำนองนี้
เราคลุกคลีกับชาวบ้าน มองย้อนขึ้นมาข้างบน แล้วย้อนนึกไปถึงสวัย ผกค. ก็เหตุผลทำนองนี้แหละที่ฝ่านคอมมิวนิสต์เอาไปโจมตี สร้างแรงบันดาลใจ และชาวบ้านก็เห็นจริงตามนั้นเพราะมีประสบการณ์เรื่องเหล่านี้มาแล้ว จึงเดินทางเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และในที่สุดก็เข่นข้ากัน
ไม่อยากจะนึกว่าส่วนหนึ่งในภาคใต้ก็มีสิ่งเหล่านี้ในอดีตที่ผ่านมา
ไร้ประสิทธิภาพ ไร้การเอาใจใส่ ไม่ประพฤติตนตามหลักการที่ว่า ข้าราชการคือผู้รับใช้ประชาชน นั่นเป็นเพียงคำพูดสวยๆที่กล่าวกันให้ดูดี แต่กลายเป็นตรงข้ามดังกรณีตัวอย่าง
ย้ำอีกทีว่าข้าราชการดี ดี มีมาก แต่คนเดียวทำเสีย ก็เสียชื่อเสียงไปหมด การทำแบบนี้เป็นการชี้โพรงให้กระรอก หัวหน้าฝ่ายก็เห็น เจ้าหน้าที่การเงินก็ยิ่งเห็น เด็กๆที่เข้ามาทำงานก็รับรู้ เมื่อนายทำได้ ผมก็เรียนรู้ เมื่อวันหนึ่งผมมีโอกาส ผมก็ทำ เพราะต้องการบริโภคสิ่งนั้น สิ่งนี้
นี่แหละที่พี่เหนือยกับการเข็นครกขึ้นภูเขา เข็นขึ้นไป 10 เมตร กลับไหลลงมาที่ต่ำอีก 20 เมตร อะไรทำนองนั้น
ไม่หมดกำลังใจหรอกครับ
ขอบคุณน้องสายลมครับ
</ul>