• ขอบคุณครับ
  • เรื่องที่ฮอตฮิตติดปากล่าสุดเห็นจะเป็น โอเด็ต เอ๊ย ! โอเน็ต เอเน็ต อะไรนี่แหละครับ
  • ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (ที่แย่คือระบบยังไม่เข้าที่เข้าทางแต่กลับเอามาใช้งานแล้ว)
  • ผมเองเชื่อมั่นในการสอบแบบ Classic
  • คือไปวัดกันตอนสอบเลย ไม่ต้องเอาเกรดมาใช้ประกอบเพราะหลายโรงเรียนอาจเปล่อยเกรดให้ลอยตัวเหมือนค่าเงินบาทได้
  • ต่อมาผู้จัดสอบก็มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย คือให้มีข้อสอบเติมคำ แทนที่จะเป็น ตัวเลือกล้วนๆ (ก ข ค ง จ) โดยอ้างว่าเด็กๆ อาจจะเดามากเกินไปถ้าเติมคำนี่เดาไม่ได้ โอเคก็พอยอมรับได้
  • จากประสบการณ์ คิดว่าผู้สอบได้ส่วนใหญ่มาจากความสามารถส่วนบุคคล ที่เดาล้วนๆ (ไม่รู้อะไรเลย) โอกาสสอบติดน้อยมาก
  • ผู้สอบ (Ent) ติด ถ้าตั้งใจเรียนแล้ว จบทุกคน
  • ผู้เรียนที่ไม่จบ คือ ผู้ที่ไม่ตั้งใจเรียน
  • โดยที่คะแนนสอบเข้าแทบไม่มีผลเลย
  • คนสอบ Ent ได้ที่ 1ของคณะ ยัง retired มาแล้ว
  • ในขณะที่คนได้คะแนน Ent อันดับท้ายๆ ก็จบเป็นบัณฑิตไปแล้วมากมาย
  • ไม่รู้จะพลิกแพลงกระบวนการสอบไปทำไมให้ปวดหัว และเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
  • การสมัครสอบและดูผลสอบทางอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว ไม่ชอบด้วยสิทธิมนุษยชน
  • นักเรียนจำนวนมากไม่มีคอมพิวเตอร์
  • หลายบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ ก็ไม่มีอินเตอร์เน็ต
  • ควรมีทางเลือก โดยสมัครด้วยบุคคลแบบเดิมๆ (ตั้งโต๊ะรับสมัคร) และประกาศผลโดยการติดบอร์ด เหมือนเดิม
  • ให้อินเตอร์เน็ตเป็นแค่บริการเสริม ไม่ใช่ช่องทางหลัก

 

  • สุดท้ายนี้ ใครพอจะทราบบ้างว่ารัฐบาลจะเอายังไงกับ หัวรถจักรรถไฟทั้ง 7 คัน
  • ทำให้นึกไปถึงคราวที่ ครม อนุมัติงบฯ 7 หมื่นล้านให้สร้างสะพานข้ามอ่าวไทย (ที่มีชื่อเล่นว่าโครงการแหลมผักเบี้ย) ทั้งๆ ที่ EIA  ยังทำไม่เสร็จ
  • เงินจำนวนนี้ซื้อรถจักรรถไฟได้ประมาณ 700 คัน
  • แต่ถ้าจะให้ยั่งยืน เจียดงบฯ ส่วนนึงมาแค่ 1 หมื่นล้าน แล้วตั้งโรงงานประกอบรถไฟ ก็จะประหยัดงบฯ ได้อีกมหาศาล เพราะเมกกะโปรเจคอีกนับ 10 โครงการของเรายังไงก็ต้องใช้อยู่ดี
  • เงิน 7 หมื่นล้านก้อนนี้หายไปไหนแล้ว
  • ลองคิดดูว่า....การขนส่งผู้โดยสาร การขนส่งสินค้า ราคาขายสินค้า ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การนำเข้าน้ำมัน มลภาวะทางอากาศ จะมีทิศทางดีขึ้นขนาดไหน ถ้าหากการรถไฟฯ ได้รับงบประมาณในแต่ละปีเท่ากับกรมทางหลวง