ทางเลือกของความหมายที่มากนั้นมาจากภาษาที่ informal ภาษาที่อยู่ในเพลงบางทีเป็นภาษาที่ฝรั่งใช้สื่อสาร เป็นภาษาที่ไม่ใช่ภาษามาตรฐานจึงยากเป็นธรรมดา เพราะเราจะเข้าใจมันได้เราต้องไปอยู่ที่เมืองนอกใช้ชีวิตอยู่กับเขา หรือดูหนังเอา  เพราะบางทีเขาใช้ กริยาธรรมดานี่แหละแต่ บริบทเปลี่ยนความหมายเปลี่ยน คุณวีร์ก็เลยงง แปลนี่แล้วแต่ว่าเราจะใช้ทำอะไร ถ้าอ่านเอาเรื่อง ก็ไม่ต้องละเอียดยิบมาก แต่มันสำคัญสำหรับพวกแปลที่เป็นอาชีพ เช่นบทภาพยนตร์ หรือนิยาย  ถ้าไม่อยากกำกวมคุณวีร์ต้องฝึกใช้ ดิกช์ eng-eng อ่านแล้วสรุปความแต่ละความหมายให้ได้เพื่อจะได้ sense ที่ถูกต้อง ไม่ต้องเปิด semi bilingual เพราะมันเกิดจากการอ่านแล้วการตีความหมายด้วยตนเอง เพราะถ้าแปลไทยมันจะจำกัดกรอบการแปลให้แคบ แต่ที่น่าสนใจอีกคือพวกแกรมม่าแปลกๆที่พวกเราไม่ค่อยรู้ที่มีผลต่อ่การแปลมากเหมือนกัน