สวัสดีตอนเช้าตรู่ค่ะ คุณ นม. ท่านเดียวกับ อาจารย์ นมินทร์ (นม.) ด้วยไหมคะ

ช่วงนี้... ฟ้าใส สักพักก็เมฆคลุม ฝนตก แต่ละวันคาดเดาไม่ได้...ถึงจะฟังพยากรณ์ก็ตาม

แต่บรรยากาศรอบนอกไม่เหมือนหรือเท่ากับความหนักหน่วงในใจ กับความวูบไหวของอารมณ์ ที่ทำให้เกิดความคิดค่ะ

เมื่อปล่อยตัวเองให้คิดและติดตามความคิด...ก็พบว่าดีกว่าห้ามตัวเองคิดแล้วขลุกขลักดิ้นรนอัดแน่นด้วยความต้องการปลดปล่อยพลังคิดเป็นการกระทำ

พลังอารมณ์จะรุนแรงและหนักหน่วง เหมือนการเผชิญหน้าของสองศัตรู.....แต่เมื่อรู้ตัวว่าอยู่ในอารมณ์ไหนและตามความคิดไปสักพัก แรงก็แผ่วลง เหมือนกองทัพที่เคลื่อนพลกลับฐาน

เป็นการเกิด ดับ ในตัวเอง

แรงกวีในใจจึงลดความเข้มของดีกรีจนลดรูปเหลือเพียงประโยคสั้นๆ เช่นนี้เองค่ะ....

ขอบคุณนะคะที่ให้ความเห็นเพราะว่าสะกิดใจเกิดความ อยากอธิบายต่อยอดถึง สงครามในใจ

เหลาจื้อ..ขงจื้อ...???

สงสัยได้เป็นจันทร์จื้อ???...

ท่านมิได้ยกย่องดิฉันจนเกินไปหรือท่าน...ข้าน้อยมิบังอาจเลยจริงๆ