ผมเคยใช้หลักนี้  ในการเป็นโค๊ชให้ “น้องนักเรียนคนหนึ่ง” ที่ผมไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้า  ในการสอบเอนทรานซ์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  ได้ผลครับ  ส่วนหนึ่งมาจากความพร้อมทาง “สมอง” ที่น้องเขาเตรียมตัวมาตลอดอยู่แล้ว  ผมเพียงแต่ใส่ความพร้อมทางด้าน “จิตใจ” ให้น้องเขาไป

ผลที่ออกมา  น้องเขาก็ไม่เคยคิดอยู่ในหัวเลยว่า  จะเอนท์ติดในสถาบันที่ไม่คิดไม่ฝัน

คนส่วนใหญ่ (93% ของประชากรโลก) โฟกัสแต่ปัญหาครับ  ที่คืออุปสรรคที่ขัดขวางศักยภาพของมนุษย์  แต่ก็ยังดีที่มีคนไทยตั้ง 1% ที่มองไปที่แสงสว่างแทนการมองหาแต่ความมืด

มนุษย์เราถูกโปรแกรมให้มองแต่ในความมืดตั้งแต่มนุษย์เกิดมาบนโลกครับ  คงต้องใช้ความพยายามกันให้หนัก  เพื่อเปลี่ยนให้มนุษย์ “เลิกจ้องแต่ผนังถ้ำ” เสียที  ก่อนอื่นต้องบอกเขาทราบเสียก่อนว่า  ที่เขามองอยู่หนะมันเป็นผนังถ้ำนะ  ไม่ใช่ปากถ้ำ  แม้มันจะเหมือนกันราวกับภาพถ่ายก็ตาม  แต่ก็นั่นแหละ  แทนที่เขาจะหยิบไปพิจารณา  เขากลับตัดสินผู้ว่า “มีแต่คนวิกลจริตเท่านั้นที่แนะนำเขาเช่นนี้”  แถมยังขู่อีกว่า  “ขืนพูดอีก  เดี๋ยวจับไปเผาทั้งเป็น” เหตุการณ์เช่นนี้  เคยเกิดมาแล้ว  และจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ กับผู้ที่พยายาม “เคลื่อนย้ายกระบวนทัศน์” ของมนุษย์  ใช่ใครครับท่านอริยชน?