1.เห็นด้วยกับความคิดของรองประธาน อบต.ดาวเรืองนะคะ แต่ของเพิ่มเติมว่า  การสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นก็ยากอยู่แล้ว แต่การ maintain ยากยิ่งกว่า

2. ขอชื่นชมและให้กำลังใจทีมงานที่ทุ่มเทและเสียสละนะคะ ใจเป็นสุข กายก้อหายอ่อนล้าค่ะ

3. มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ

3.1 เทคนิค AIC นั้นมีข้อจำกัดในการประยุกต์เพื่อการพัฒนาสาธารณสุข เพราะเทคนิคนี้ เริ่มกระบวนการแก้ปัญหาในแนวเชิงรับ โดยอาศัยเทคนิคการวาดภาพปัจจุบันโยงสู่อนาคต แต่การที่เริ่มจากสภาพปัจจุบันนั้นทำให้ภาพที่เห็นประจักษ์ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อแนวความคิดในการวาดภาพในอนาคต ซึ่งทำให้ภาพฝันนั้นออกมาในรูปของภาพโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ(physical infrastructure) ที่ชุมชนปรารถนามากกว่าเพราะในส่วนที่พึงปรารถนาที่เป็นนามธรรม เช่น ความมีสุขภาพดี นั้น ยากที่จะวาดออกมาเป็นภาพได้ ทำใหเการระบุปัญหาขาดการมองสถานการณ์เชิงระบบ แต่จะเป็น (fragmented)

3.2 จึงควรเริ่มจากภาพอนาคตที่พึงปรารถนา เพื่อป้องกันการครอบงำทางความคิดที่เกิดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะจินตนาการจะได้มีอิทธิพลมากกว่า เกิดความท้าทายที่จะทำให้ฝันเป็นจริง รวมทั้งจินตนาการจะนำไปสู่การแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับแนวการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ(ready made solution ) และไม่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างที่ผ่านๆมา

3.3 หากชุมชนมองไม่เห็นปัญหา ทั้งๆที่เป็น real need ตามเกณฑ์ มาตรฐาน ก็มิได้หมายความว่า "ไม่เป็นปัญหา" เพราะอาจเนื่องมาจาก ขาดข้อมูลที่สมบูรณ์ในปัญหานั้นๆ หรือ จำยอมรับสภาพกับสภาวะไม่พึงประสงค์นั้น หรือทำตามความเชื่อแบบดั้งเดิม

3.4 ใครล่ะ จะเป็นผู้ใช้ทักษะการสื่อความที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง felt need (ความรู้สึกของชุมชน) กับ real need (ความจำเป็นตามเกณฑ์มาตรฐาน) เครื่องมือที่สำคัญ คือ web of causation /Problem map เพราะจะเสริมให้เกิดแนวคิดอย่างเป็นระบบ

3.5 ใครล่ะ จะเป็นผู้เสนอข้อมูลที่สมบูรณ์ในปัญหาสุขภาพ อันได้แก่

3.5.1 อัตราการขาดนัด

3.5.2 อัตราการป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้

3.5.3 ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง

3.5.4 จำนวนครั้งของการเข้าพักรักษาในรพ.

3.5.5 จำนวนผู้ที่ไม่ฝากครรภ์

3.5.6 จำนวนเด็กไม่ได้รับวัคซีน ฯลฯ