สวัสดีครับเพื่อน

เข้ามาวนเวียนอยู่ในถนนเส้นทาง แปดสิบเมตรนี้อยู่สามหรือสี่ครั้งแล้วครับ มัวแต่แอบเฝ้าสังเกตเพื่อนที่แสดงถึงความสุขที่ได้พบความสุขบนความงามและง่าย จนน้องชายธรรมาวุธเข้าไปสะกิด เลยต้องฝากรอยอยู่ว่าแอบเฝ้ามองแลอยู่ครับ

ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ตอนผมออกเดินไปซื้อของประมาณหนึ่งกิโลเมตร จริงๆ นั่งรถไปก็คงสิบนาทีก็คงถึงเป้าหมายครับ แต่เปลี่ยนใจเป็นการเดินด้วยเท้าแทน เดินไปคิดไป คุยกับเพื่อนสนิทกัมพูชาไปด้วย เดินผ่านมหาวิทยาลัย ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ ผมเดินไปถึงรอไฟเขียวให้คนเดินข้ามไฟแดง ก็มีฝรั่งคนหนึ่งยืนรออยู่อีกฟากหนึ่ง จากนั้นไฟเขียวก็มาให้คนเดินข้าม (ไฟเขียวสำหรับคนนะครับ โดยที่เป็นไฟแดงสำหรับรถนะครับ ไม่ใช่ไฟเขียวสำหรับรถนะครับอิๆๆ) ระหว่างที่สวนทางกลางถนนฝรั่งคนนั้น ก็ยิ้มและทักทายด้วยกัน คือผมเดินไปยิ้มไป คุยกับเพื่อนไป ฝรั่งก็ทักทายมา ยิ้มมาให้ ผมก็ยิ้มให้ไปพร้อมทักทาย Tag ทาก (สวัสดี) เพื่อนกัมพูชาก็ถามผมว่า เม้งรู้จักเค้าด้วยเหรอ ผมบอกว่า ไม่รู้จักหรอกครับ แต่ทักทายกันเป็นแบบนี้ ยิ้มให้ใครก็ได้ยิ้มกับเป็นส่วนใหญ่ และนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ผมประทับใจ บางครั้งผมไม่แน่ใจว่าผมจะหาโอกาสแบบนี้ กับคนที่ไม่รู้จัก ที่เดินสวนทางกันที่ กทม. ได้หรือเปล่าครับ แต่สำหรับต่างจังหวัดนั้น ผมคิดว่าเราคงเจอได้เสมอครับ

ผมเคยอยู่ กทม. สองปีครึ่ง เป็นเรื่องที่แปลกที่ผมไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนข้างห้องผมเลยครับในอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง แต่กลับสนิทกับเจ้าของอพาร์ทเมนต์

ขอบคุณเพื่อนมากๆ สำหรับเรื่องดี พร้อมภาพที่ทำให้ผมจินตนาการตามไปด้วย และนึกเห็นหน้าตัวละครตามเบื้องลึกในจินตนาการที่คิดไปถึงความงามและง่ายของเรื่องราวครับ

ขอบคุณเพื่อนมากครับ