ขอให้กำลังใจครูอ้อยนะครับ.......................

ความคิดเห็นเพิ่มเติม....................

ผมได้มีโอกาสเป็นกรรมการอ่านผลงานวิชาการ ภาษาอังกฤษ ของครู ที่ส่งผลงานประเมินแบบเชิงประจักษ์ ทั้งในชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จำนวน 21 ผลงาน

เมื่อได้เริ่มต้นอ่านผลงานก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ เพราะเรากำลังเป็นบุคคลหนึ่งที่จะต้องชี้ชะตาและกำหนดเส้นทางเดินของครูผู้สียสละ ผู้ต่อสู้ ผู้มีภาระรับผิดชอบมากมายมหาศาล โดยที่ภาระหน้าที่นั้นไม่เอื้ออำนวยให้ครูมีเวลามากมายในการสร้างผลงานวิชาการที่ดีเด่นมากมายตามที่ผู้ตรวจบางคนคาดหวัง......แต่คุณครูครับ.....ผมอยากจะบอกว่า ผมเป็นบุคคลหนึ่งนะครับที่เห็นความตั้งใจ เห็นความลำบาก เห็นความพยายาม เห็นความอึด และความเสียสละในการเจียดเวลาที่แทบจะหาไม่ได้มาสร้างสรรผลงานที่ผู้ตรวจบางคนคาดหวังมากกว่าความเป็นจริง......ผมเอาใจช่วยนะครับ

ผมอยากกล่าวถึงภาระของครู มันช่างเป็นภาระงานที่ไม่มีวันรู้จักพอ(ก็เล่นสั่งกันลงมาตลอด ไม่มีวันหยุดเลย.....เนื่อยแทนครูเลย) เป็นภาระที่ต่างคนต่างคิดค้นกันขึ้นมา แล้วเผยแพร่ออกไป จนมีผู้เกี่ยวข้องเอามาเป็นภาระหน้าที่ให้กับครูต้องยึดถือปฏิบัติ โดยที่ตัวนักคิดค้นทั้งหลายแหล่เหล่านั้น ไม่มีความสามารถที่จะทำได้เลย (ช่างน่าตลกเสียนี่กระไร) ผมกล่าวมาถึงตรงนี้คงโดนโจมตีจากผู้เกี่ยวข้องแน่นอนโดยเฉพาะจากนักคิด คิด แล้วก็คิดแต่ไม่ได้ลงมาทำงานในโรงเรียนเลย แต่จะไปตำหนิท่านก็ไม่ได้เพราะเขามีหน้าที่คิด คิด คิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆและก็เผยแพร่แนวคิดออกสู่สังคม  แต่คนที่น่าสงสาร น่าเวทนา  มากที่สุด คือ คุณครู ของเมืองไทยที่ต้องแบกรับภาระ และแนวคิดต่าง ๆ ที่ออกสู่สังคมโดยไม่มีทางปฏิเสธได้เลย......เพราะสิ่งที่ใช้แอบอ้างต่อสังคมและบีบบังคับ ครู ก็คือ อ้างว่าเราต้องทำเพื่อนักเรียน เพื่อนเยาวชนของชาติ (แล้วที่ทำอยู่ทุกวันนี้ มิใช่ทำเพื่อนักเรียน เพื่อเยาวชน เลยหรือ?)

ผู้ที่เกี่ยวข้องลองไปตรวจสอบดูหน่อยไม่ดีหรือว่า สิ่งที่ครูต้องแบกรับภาระมันมากเกินไปหรือป่าว

ไหนจะต้องสอน ดูแลเด็ก พัฒนาผู้เรียน งานนโยบายต่าง ๆที่สั่งมาจากเบื้องบนและผลกระทบต่าง ๆ ที่มาจากมุมมองของนักคิด ฯลฯ

ร่ายยาวมานานก็ต้องการจะบอกว่า คุณครูประถมศึกษา มัธยมศึกษา และครูอาชีวศึกษาบนแผ่นดินไทยทุกท่านครับ ผมขอเทิดทูนคุณครู ผมขอชื่นชมความอดทนเสียสละของคุณครู..........

ก่อนจบผมขอเสนอแนวคิดดังนี้ครับ

ถ้าสังคมไทยต้องการคนเก่ง คนดี และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ก็ต้องเร่งสร้างเยาวชนตั้งแต่เล็กให้มีพื้นฐานการศึกษา คุณธรรม จริยธรรมที่ดี  เมื่อเติบใหญ่เขาก็จะรู้จักแสวงหาความรู้ที่ดีด้วยตนเอง เขาก็จะเปนคนดีของสังคม ซึ่งขณะนี้ครูไทยทุกคนก็กำลังพยายามทำกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียดอยู่แล้ว

แต่ถ้าจะให้ได้ผลก็ต้องส่งคนเก่ง ๆ คนที่เป็นนักคิด นักค้นคว้า นักวิชาการ นักบรรยาย นักนำเสนอแนวคิด ดูอกเตอร์ทั้งหลาย ในบ้านเมืองไทย ให้ลงมาทำงานในพื้นที่ ในโรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม ทั้งในเมืองและบ้านนอกห่างไกล เพราะคนเก่งๆ อย่างที่ผมกล่าวนั้นท่านจะได้ใช้ความเก่งของท่านมาช่วยประเทศชาติได้อย่างจริงจังไงครับ..................ลองมาทำตัวอย่างให้ครูไทยทั้งหลายได้เห็นประจักษ์ว่าท่านมีความรู้ความสามารถจิงจังที่จะช่วยเหลือเด็กในระดับต้นๆให้พัฒนาสู่ความเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างเต็มที่.........ประเทสไทยก็จะได้เจริญยิ่งขึ้นๆๆๆๆๆๆตามที่ทุกท่านต้องการ ตามที่ทุกท่านคาดหวัง และตามที่ทุกท่านเสนอแนวคิดไว้กับสังคม.........

แล้ว...เราจะเอาครูที่ทำงานกันอยู่ไปไว้ไหน......คำตอบง่ายนิดเดียว.....ก้เอาไปฝึกอบรม ไปพัฒนา ให้เป้นนักคิดนักค้นคว้าแทนบ้างไงครับ เพราะครูเหล่านนี้มีประสบการณ์ตรงมาตั้งหลายสิบปีนะครับ ผมว่าแนวคิดน่าจะตอบสนองการจัดการศึกษาของชาติได้อย่างดี แล้วผุ้ปฏิบัติก็ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด๊อกเตอร์ทั้งนั้น ประเทศชาติเจริญแน่นอน

เมื่อใดที่เกิดการปฏิบัติในแนวคิดนี้ ผมขอสมัครเป็นคนแรกเลยครับ............