สวัสดี อาจารย์ จีระ, อาจารย์ ยม และท่านผู้อ่านทุกท่าน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา ดิฉัน นางสาว สุมิตรา พนาอภิชน ได้เข้าศึกษาวิชา Human Resources Management กับอาจารย์ ยม ณ. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต พอจะสรุปเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">1. คนที่จะทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้นั้น สิ่งที่แรกที่ต้องมีคือ การทำจิตให้นิ่งหรือการมีสมาธิในการที่จะทำสิ่งต่างๆ และการมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่จะทำว่าจะต้องประสบความสำเร็จ เพราะจิตของมนุษย์เรานั้นจะเป็นไปตามที่คิด ถ้าเราคิดว่าคงไม่สำเร็จแน่งานนั้นก็อาจจะไม่สำเร็จดังที่จิตได้คิด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">2. การที่เราจะมองหรือตัดสินใครสักคนว่าเป็นคนเช่นไรนั้น ให้มอง 2 ด้าน คือ ด้านบวกและด้านลบ แต่ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะมองคนอื่นเฉพาะที่เป็นด้านลบเท่านั้น ดังนั้น คนที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ดีนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการมองคนให้มองสองด้าน แล้วนำสิ่งที่ได้มาวิเคราะห์ก่อนที่จะตัดสินใจว่า คนๆนั้นเป็นคนไม่ดี และผู้บริหารที่ดีต้องมีความเชื่อว่า คนมีความสำคัญที่สุดในองค์กร พนักงานไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในองค์กร และคนทุกคนต้องการที่จะเป็นคนดี และถ้าองค์กรใดที่สามารถบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรได้ดี ผลกำไรก็จะตามมา</p> 3. การบริหารคนเก่งนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการรับสมัครพนักงานที่มีความสามารถมาร่วมงาน เมื่อได้คนเก่งมาทำงานด้วยแล้ว องค์กรต้องมีแผนในการพัฒนาทรัพยากร. มีหลักสูตรในการอบรม อย่างเช่น หลักสูตรพฤติกรรมพึ่งประสงค์ เช่น การสอนให้คนเป็นคนตรงต่อเวลา มีความซื่อสัตย์ เป็นคนเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่การให้พนักงานมีสวนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และองค์กรน่าจะนำทฤษฎีมัสโรลมาใช้ในการทำยุทธ์ศาสตร์ ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ว่าเราต้องการอะไร และจะทำสิ่งที่เราต้องการได้อย่างไร สำหรับในเรื่องปัจจัยพื้นฐานของคน บทบาทสำคัญของผู้นำองค์กร มีอยู่ 3 อย่างคือ <ol>
</ol> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เครื่องมือที่ใช้ช่วยในการจัดการเรื่องคน เช่น Internal audit, morning meeting, weekly or monthly meeting, PDCA4) วิธีในการสร้างอำนาจมีอยู่ 5 วิธี คือ การให้ (เช่น การให้โอกาส. การให้ความรู้, การให้อภัย.รางวัล หรือแม้แต่การให้ความใกล้ชิด), การติ, การเป็นผู้รู้มากกว่า (คือต้องรู้ให้มากกว่าลูกน้อง โดยดูที่จุดอ่อนของลูกน้องแล้ว นำจุดอ่อนนั้นมาเป็นจุดแข็งของเรา), อำนาจอ้างอิง, อำนาจทางนิติกรรม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากสิ่งที่ ดิฉันได้กล่าวมาในข้างต้นนั้น สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ที่ทำงานหรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตนเองหรือการพัฒนาพนักงานที่อยู่ใต้อำนาจการบริหาร สำหรับตัวของดิฉันเองเป็นเพื่อพนักงาน office สิ่งที่จะนำมาใช้ได้ก็เป็นเรื่องการตัดสินคนว่าคนนั้นเป็นคนดีหรือเป็นเลวนั้น เราต้องรู้จักวิเคราะห์ทางด้านบวกและด้านลบ ก่อนจึงจะตัดสินว่าคนๆนั้นเป็นคนเช่นไร </p> สุดท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์จีระและอาจารย์ยม ที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่ามาให้ความรู้กับดิฉันและเพื่อน และที่ลืมไม่ได้ต้องขอขอบคุณ พี่เอ้ พี่เอ และพี่นะ ที่คอยช่วยประสานงานจนเกิดการเรียนรู้ในวันนี้ขึ้นมาได้