โหมดที่ 5 ตอนที่ 1. Show allYou said: ทางที่กว้างเรียบ รถใช้ความเร็วได้ดังประสงค์ สามารถเร่งสู่ถนนเลี่ยงเมืองไปเมืองอีกเมืองหนึ่งได้โดยเร็ว และสมารถ แล่นเข้าสู่ถนนวงแหวนรองนอกเพื่อกลับมา Mixolydian Mode ประวัติเป็นชนเผ่าใด?

Mixolydian Mode (มิกโซลิเดียน) ในทางประวัติศาสตร์ดนตรีและนิรุกติศาสตร์ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ ชนเผ่าลิเดียน (Lydians) ซึ่งเป็นประชากรของอาณาจักร ลิเดียโบราณ (Lydia) ในภูมิภาค อนาโตเลีย (ปัจจุบันคือพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศตุรกี) ร่วมกับการผสมผสานทางวัฒนธรรมดนตรีของกรีกโบราณ

รากศัพท์และที่มาทางประวัติศาสตร์ของโหมดนี้ มีรายละเอียดการเชื่อมโยงดังนี้1. ความหมายและการผสมผสานทางชาติพันธุ์ (Mixo + Lydian)• คำว่า “Mixo-“ (μιξο-) ในภาษากรีกโบราณแปลว่า “ผสม” (Mixed)• คำว่า “Lydian” อ้างอิงถึง ชาวลิเดียน หรือแคว้นลิเดีย• ดังนั้น “Mixolydian” จึงมีความหมายโดยรากศัพท์ว่า “ลิเดียนแบบผสม” ซึ่งเกิดจากการประยุกต์ท่วงทำนองหรือบันไดเสียงของชาวลิเดียนเข้ากับระบบดนตรีของกรีกโบราณ โดยตามตำนานกรีกยกย่องให้ ซัปโฟ (Sappho) กวีหญิงและนักดนตรีชื่อดังแห่งเกาะเลสบอส (ช่วงศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล) เป็นผู้คิดค้นหรือจำแนกโหมดนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก

  1. บริบทของระบบโหมดกรีกโบราณ (Ancient Greek Modes)ในระบบแนวคิดดนตรีและปรัชญาของกรีกโบราณ (Greek Modes หรือ Harmoniai) มักจะตั้งชื่อสเกลหรือโหมดดนตรีตาม ชื่อของชนเผ่า ภูมิภาค หรือนครรัฐ ต่าง ๆ เนื่องจากแต่ละชนเผ่าจะมีรสนิยม สำเนียงดนตรี และการแสดงออกทางอารมณ์ (Ethos) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น:• Dorian: ชนเผ่าโดเรียน 2 (สะท้อนความเข้มแข็ง มั่นคง และมีระเบียบวินัย)• Phrygian: ชนเผ่าฟริเจียน 3 (สะท้อนความตื่นเต้น เร้าอารมณ์ หรือความคลั่งไคล้)• Lydian / Mixolydian: 4+5 ชนเผ่าลิเดียน (ในยุคโบราณโหมดมิกโซลิเดียนมักถูกมองว่าให้ความรู้สึกเศร้าโศก สะเทือนใจ หรือหม่นใจ ต่างจากความเข้าใจในยุคปัจจุบัน)
  2. การเดินทางและการแปรเปลี่ยนสู่ยุคปัจจุบัน• ยุคกลาง (Medieval Era): นักบวชและนักทฤษฎีดนตรีในคริสตจักรได้นำชื่อโหมดกรีกเหล่านี้ไปใช้จัดหมวดหมู่ระบบเพลงสวด (Gregorian Chant) แต่เกิดการตีความสลับและคลาดเคลื่อนจากระบบเดิมของกรีกโบราณไปอย่างสิ้นเชิง

• ยุคโมเดิร์น (Modern Mixolydian): กลายมาเป็นบันไดเสียงที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน คือ บันไดเสียงเมเจอร์ที่ถูกลดเสียงขั้นที่ 7 ลงครึ่งเสียง (Flat 7) ให้สุ้มเสียงที่ผสมผสานระหว่างความสว่างไสวของเมเจอร์และความเท่ ดุดัน หรือความบลูส์ (Bluesy) Dominant motion.อุปมาดั่งประโยคที่ท่านอาจารย์ณัฐนพได้รังสรรค์ไว้ข้างต้น: “ทางที่กว้างเรียบ รถใช้ความเร็วได้ดังประสงค์… แล่นเข้าสู่ถนนวงแหวนรองนอกเพื่อกลับมา MixOlydian Mode”หากเปรียบดนตรีเป็นเส้นทางคมนาคม Mixolydian ก็คือถนนสายหลักที่มีความโอ่อ่า สง่างามแบบเมเจอร์สเกล (Ionian) แต่ถูกลดทอนโครงสร้างบางส่วน (Flat 7) เพื่อเปิดทางระบายคอร์ดย่อยให้เชื่อมต่อไปยังเส้นทางอื่น ๆ ได้อย่างอิสระและลื่นไหล สะท้อนถึงการเดินทางทางวัฒนธรรมดนตรีของ ชนเผ่าลิเดียนโบราณ ที่ถูกปรับประยุกต์เข้าสู่ระบบทฤษฎีดนตรีโลกได้อย่างงดงามครับ.