เนื่องจากตัวดิฉันเองมีไข้หวัดเลยไปเข้ารักษาตอนเย็นเวลา 5 โมง แต่สิ่งที่ได้มาเป็นยาลดน้ำมูกกับยาอมแก้เจ็บคอแล้วก็ยาลดไข้ ซึ่ง คุณหมอตรวจเชื้อจาก จมูกเพื่อตรวจโควิดแล้วก็ตรวจไข้หวัดใหญ่แค่ทีนี้ผลเป็นลบ พอกลับมากลางคืนในชั้นไอจนนอนไม่ได้เลยเข้าการรักษาเวลาประมาณตี 4 ก็เข้าใจว่าเป็นเวลากรณีฉุกเฉินแต่เข้าไปที่ห้องบัตรที่ฉันก็เข้าใจว่าทำไมลงมาถึงนี้ก็เข้าใจว่าคุณหมอกับพี่พยาบาลพนักงาน

ห้องลับอยู่ฉันก็ทักทายด้วยว่าสวัสดีค่ะเพื่อให้พี่พนักงานห้องบัตรรู้ตัวทีนี้ทุกๆคนก็ตื่นกันหมดเหมือนว่าหงุดหงิดที่ฉันมาเวลาฉุกเฉินเพราะว่าเรื่องไข้หวัด ที่พยาบาลถามว่าคนไข้มาทำการรักษาแล้วเมื่อตอนเย็นแล้วมาทำไมอีกคะต้องการอะไรเวลาตี 4 เวลานี้เพื่ออะไร

เลยบอกว่าขอยาฆ่าเชื้อได้ไหมหรือไม่ก็ยาแก้ไอเพราะว่าไอจนนอนไม่ได้ต้องใช้เสียงสอนนักเรียน

ก็สักประวัติเบื่องต้นไป นางดูพูดไม่มีน้ำเสียงกเบคนไข้เลย เราอยู่เมืองกาญไม่ใช่เพื่อขับรถไปให้โดนเขาวีนใส่

ที่นี้ตอนพบคุณหมอดิฉันก็ทักทายด้วยว่าคุณหมอยังไม่ได้ลงเวรหรอคะเพราะว่าเป็นคุณหมอคนเดียวกันที่รักษาฉันไปเมื่อตอน 5 โมง คุณหมอเหมือนอาการคนพึ่งตื่นคุณหมอพูดว่าก็คนไข้มากันทยอยมากันขนาดนี้แล้วคุณหมอจะเอาเวลาที่ไหนไปนอนคะดิฉันก็คิดอยู่ในใจว่าอันนี้มันคือหน้าที่ไม่ใช่หรอแต่ก็ไม่ได้สวนกลับไป

คุณหมอก็เลยบอกว่าคนไข้ต้องการยาฆ่าเชื้อแต่คุณหมอขอหมอขออนุญาตไม่ให้นะคะเพราะว่าจะทำให้คนไข้ดื้อยาอาจดิฉันต้องฟังและรับทราบที่คุณหมออธิบายพูดคุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลารักษาประมาณ 5 วันแต่นี่วันที่ 3 แล้วดิฉันยังไอเป็นเลือดปนเสมหะ หนักขึ้น ก็ไม่รู้ว่ากลับไปรักษาจะโดนอะไรกลับมาอีก สู้ซื้อยากินก็ได้ค่ะ

เพราะ ปกติหาหมอหูคอจมูกเขาจะให้ยาฆ่าเชื้อมาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหมอทั่วไปของโรงพยาบาลถึงไม่ให้ (หมอผู้หญิงใส่แว่น อายุไม่ถึง 30 ปี) ดูพูดจาไม่น่ารักเลยค่ะ

ไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้บริหารจะเห็นข้อความจากจดหมายนี้ไหมแต่ว่าถ้าเห็นก็อยากให้ไปอ่านรีวิวโรงพยาบาลนิดนึง

ขอบคุณค่ะ