จากการอ่านเรื่องของอาจารย์วิจารณ์ฯ ในวันนี้ ขออนุญาตออกความเห็นสองเรื่องครับ เรื่องแรก ผมเชื่อว่าห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ในบ้านเรา ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่อย่างในต่างประเทศ และไม่ควรต้องเน้นเรื่องความเป็นไทยไปเสียทุกอริยาบทหรือทุกย่างก้าว อย่าได้หวนกลับมาเพียงแค่จัดงานวันที่ระลึกของเรื่องโบราณ หรือวรรณกรรมสมัยเก่า เท่านั้น ปัจจุบันควรนำมาซึ่งเรื่องราวใหม่ๆ และเรื่องราวของโลกปัจจุบันด้วยก็ยื่งดีนะครับ เนื้อหาของความรู้ที่หลากหลายที่มิได้เกี่ยวข้องกับหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ก็มีเป็นอันมาก แล้วเด็กๆ ของเราก็จะเกิดพัฒนาการในจิตใจของพวกเขา (เหมือนอย่างเรื่องที่เด็กๆ ฝรั่งไปพิพิธภัณฑ์ได้เลือกดูในสิ่งที่ตัวเองสนใจ และกล้าที่จะซักถามด้วยตัวเอง) เรื่องต่อมา เรื่องที่สองคือการแลกเปลี่ยนแบบวัฒนธรรมนั้น ไม่นำมาซึ่งการเอาเด็กๆ ที่รำไทยหรือชกมวยไทยได้มาแลกเปลี่ยนกับเขาแค่นั้น แต่ต้องมีอย่างอื่นเป็นหลักด้วยว่า อาทิ วิถีการเรียนและการดำรงชีวิตตามสิ่งแวดล้อมของแต่ละฝ่าย แต่ละประเทศ หรือเขาทำอะไรกันในโรงเรียนบ้าง ฯลฯ ที่แน่นอนว่า ไม่ได้มีแค่เรื่องการป้องกัน Bully หรือ Battery ที่จะนำมาเป็นเรื่องที่พูดแลกเปลี่ยนกันเพียงแค่นั้น(คำหลังนั้น ในความหมายที่พจนานุกรมหมายถึง an assault in which the assailant makes physical contact) ผมได้พบคำสองคำนี้ติดไว้บนป้ายประกาศของรถโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ผมมีโอกาสไปนั่งเมื่อหลายปีก่อน ที่อายุกลางคนแล้วก็ว่าได้) ขอบคุณที่อาจารย์ฯ ได้นำความรู้และประสบการณ์มาเล่าอย่างสม่ำเสมอ….ขอบคุณอีกครั้งครับ …วิโรจน์ ครับ