เรียน อาจารย์ที่เคารพ
ต้องขอขอบคุณทาง Marketing GURU ที่ได้จัดให้มีการสัมมนาหลักสูตร “ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้”และมีวิทยากรคือ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นผู้ที่ให้ความรู้ คำแนะนำ นำประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาเล่าให้ฟัง ตลอดจนให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
ดิฉันชอบแนวคิดของทางอาจารย์เกี่ยวกับให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งพวกเรามีอยู่ด้วยกัน 25 ท่าน ร่วมกันเป็นพันธมิตรในการรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งกลุ่ม Consultant for SME มากค่ะ และดิฉันจะขอเป็นส่วนหนึงในกิจกรรมนี้ด้วยค่ะ (อยากสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเองบ้าง)
และจากการที่ได้ทำ workshop ขอสรุปประเด็นที่กลุ่มได้นำเสนอเกี่ยวกับปัญหาเรื่องคนที่เป็นอุปสรรคในการสร้างนวัตกรรมคืออะไร โดยให้อธิบายมา 3 เรื่อง โดยในกลุ่มที่ 1 (นำเสนอเป็นกลุ่มแรก) ได้สรุปประเด็นจากกลุ่มได้แก่
- ขาดการทำงานเป็นทีม : คนไทยชอบการทำงานคนเดียว ไม่ชอบการทำงานเป็นทีม ไม่ชอบการเสนอความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าห้องประชุม จะไม่ค่อยมีความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ อะไรออกมา แต่เมื่อออกมาจากห้องประชุมแล้วมักจะออกมาบ่น หรือแสดงอาการไม่พอใจออกมา ซึ่งจะทำให้ไม่ค่อยมีความคิดใหม่ๆ หรือ นวัตกรรมอะไรออกมาในบริษัท ซึ่งจะเป็นลักษณะของการ maintain งานเอาไว้เท่านั้น และจะทำให้เราสู้ประเทศอื่นๆ ไม่ได้ เช่น จีน เวียดนาม หรือ อินเดีย เป็นต้น
- ชอบคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ดีอยู่แล้ว มั่นคงอยู่กับสิ่งเดิมๆ เพราะเจ้านายไม่เคยว่าหรือบ่นอะไร ( ไม่มีข้อบกพร่องอะไรให้ว่า เพราะไม่ได้ทำอะไร เพราะคนที่ไม่ได้ทำอะไร ทำแต่งานประจำ เจ้านายไม่รู้จะไปตำหนิงานตรงไหน)
- คนไทยชอบความสบาย ไม่ชอบเสี่ยง (เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น) เพราะถ้าเป็นคนที่ชอบคิดทำอะไรอยู่ตลอดเวลานั้น จะทำให้เหนื่อย หมดความสบาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว คนที่คิดมักจะเป็นคนที่ต้องลงมือทำงานนั้นๆ เอง
และจากการที่ได้ฟังกลุ่มอื่นๆ นำเสนอนั้น ได้มีประเด็นที่น่าสนใจได้แก่
- Negative Attitude คือเป็นคนที่มีความคิดติดลบ ซึ่งจะเป็นคนที่ไม่มีนวัตกรรมเช่นกัน เพราะจะเป็นคนที่ไม่มีการเรียนรู้ เพราะอาจารย์จะเน้นมากว่า ถ้าไม่รู้จักที่จะเรียนรู้ จะเป็นคนที่ไม่มีนวตกรรม และคุณก็จะเป็นคนที่ไม่ทนต่อโลก
- การไม่กล้าแสดงออก ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะคนไทยจะถูกสอนว่า ไม่ให้โต้เถียง ต้องฟังความคิดเห็นของผู้ใหญ่ และผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหน้า
- การขาดความรู้จริง หรือการขาดความมั่นใจ คนเรามักจะไม่เข้าถึงตัวสินค้าอย่างแท้จริง ทำให้เราเป็นนักเลียนแบบที่ดี มากกว่าเป็นผู้คิดจะทำ (สินค้า) ที่ดี
- การขาดความมั่นใจในตนเอง ทำให้เราไม่กล้าที่จะนำเสนอแผนงานหรือผลงานต่อเจ้านายหรือในที่ประชุม
- การขาดจริยธรรม ซึ่งสิ่งนี้จะต้องเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องตระหนัก
ซึ่งจากการทำเพียง 1 workshop ในเวลาเพียงน้อยนิด แต่พวกเราก็ได้ความรู้ และเกิดการเรียนรู้เป็นอย่างมาก และดิฉันเองต้องพัฒนาตัวเองอีกเป็นอย่างมาก เพื่อให้มีความรู้จริง และทำตัวเองให้มีนิสัยเรียนรู้ให้มากกว่านี้
จากการที่ได้เข้าร่วมสัมมนาในวันนี้ ขอสรุปประเด็นที่ได้รับดังนี้ค่ะ
- ได้รับรู้ถึงการตั้งคำถามที่ดี ที่ทางอาจารย์ตั้งคำถามใพวกเราตอบ
- ให้รู้จักการจับประเด็น ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นจุดอ่อนของดิฉันเป็นอย่างมาก แต่พยายามเรียนรู้และจะทำให้ดีได้
- สร้างนิสัยให้พวกเรารักการอ่าน และเป็นนักเขียน ซึ่งเป็นการให้เราพัฒนาตนเองในเรื่องการบันทึกเรื่องราว หรือเหตุการณ์ต่างๆ และเป็นการบ่งบอกว่า เราจับประเด็นได้หรือไม่
- ได้รู้จัก website ดีๆ ที่ได้ให้ดิฉันได้เรียนรู้ และตักตวงความรู้ได้จากที่นี่
- ได้รู้จัก คำว่า “บ้าคลั่ง” ว่าเราจะสร้างความบ้าคลั่งให้ประสบตวามสำเร็จได้อย่างไร และเปลี่ยนความบ้าคลั่งให้เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่ performance
- อาจารย์สอนให้รู้จักคำว่า RESPECT โดยการให้นับถือคนที่เสียเปรียบทางสังคม หรือ ควรยกย่องคนที่เสียเปรียบทางสังคม เพราะว่า HR or CEO ที่ดีต้องเห็นคุณค่าของคน และเป็นงานของดิฉันที่ต้องคิดให้ได้ว่าทำอย่างไรจะทำให้คนในที่ทำงานเป็นคนที่มีคุณภาพ และต้องทำให้เขาอยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต
ในวันนี้ขออนุญาต ส่งงานให้ทางอาจารย์ก่อนเท่านี้นะค่ะ เพราะต้องสอนการบ้านลูกๆ และส่งงานให้ทางที่ทำงานด้วย อย่างไรก็ตามในวันนี้ ดิฉันได้รู้จักอาจารย์มากขึ้น และจะเรียนรู้จากอาจารย์ให้มากยิ่งขึ้นในวันพรุ่งนี้ และตลอดไป ส่วนหนังสือจะอ่านให้จบภายในคืนนี้ค่ะ
“ การบริหารความเป็นเลิศของคนในองค์กรไม่ใช่แค่ปลูกข้าว
............. แต่ต้องดูว่าเก็บเกี่ยวได้ผลหรือเปล่า”
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
เบญจวรรณ ฤกษ์สมเด็จ