ขออนุญาตครับ พอดีเรื่องนี้มันติดตัวผมมาตลอดชีวิตผม จึงขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ เขียนมาเพื่อเอามันออกไปจากชีวิตผม และทิ้งมันไว้ตรงนี้ ขอบคุณครับ

สมัยเรียนวิชาลูกเสือ ผมเป็นคนหนึ่งที่แต่งกายตามระเบียบเสมอมา…หัวเข็มขัดเงา ภู่ไม่ขาด หมวกไม่ลืม ผ้าพันคอ วอกเก้น ปักชื่อ อาร์มโรงเรียน…ฯลฯ

แต่ในวิชาลูกเสือ อาจารย์จะให้ลูกเสือกองร้อยพิเศษเป็นคนเช็คชื่อ/ตรวจการแต่งกาย

กระทั่ง วันประกาศผลการเรียนของการปิดเทอมวันหนึ่ง ผมมาทราบว่า…ผมตกวิชาลูกเสือ ทำให้ติด มผ.(ไม่ผ่าน) …เดิมเข้าใจว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเขียนผิดด้วยซ้ำ แต่เมื่อไปเช็คจริงๆ ปรากฎว่าลูกเสือกองร้อยพิเศษคนนั้น ไปติ๊กในช่องว่างด้านท้ายชื่อผมว่า ‘แต่งกายไม่เรียบร้อย’

(เพราะตอนถูกเค้าเช็คชื่อ แล้วผมขานรับ เข้าใจว่าลูกเสือกองร้อยคนนั้น จะติ๊กในกระดาษว่าผมเข้าเรียนปกติ และไม่เคยบอกผมสักคำว่า จุดไหนที่ผมบกพร่องจากการแต่งกาย…จนมารู้จากผลการเรียนว่า ติด มผ. เพราะถูกติ๊กว่าแต่งกายไม่เรียบร้อย มากกว่ากี่ครั้งผมจำไม่ได้…)

ทำให้…ในสมุดพกผมมีบาดแผลจากรอยปากกาสีแดง ว่า มผ. แล้วก็ต้องไปเป็นลูกน้องกับลูกเสือกองร้อยเหล่านั้น เพื่อไปเก็บขยะกับเค้าทุกวันก่อนกลับบ้าน เป็นการแก้ มผ. …‘วิชาลูกเสือ’ (ผมยังนึกนะ…วิชาเรียนคณิต อังกฤษ ภาษาไทย สังคม…ไม่ตก กลับมาตกวิชาลูกเสือ)

เคยขอความเห็นใจจากอาจารย์แล้ว และพยายามอธิบายความเป็นจริง ว่าผมแต่งกายตามระเบียบในทุกคาบของวันจันทร์ ที่มีวิชาลูกเสือ…แต่สุดท้ายอาจารย์ท่านไม่รับฟัง…ท่านเชื่อจากรอยปากกาเท่านั้น นอกจากนี้ ผมก็เคยปรึกษาเพื่อนในห้องที่เป็นกองร้อยพิเศษ ก็ได้รับคำตอบว่า ช่วยเหลืออะไรผมไม่ได้จริงๆ…

ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ต้องอดทนยอมแก้ มผ. ด้วยการเก็บขยะ และทำความดี(ที่เค้าสั่ง) ให้ครบตามจำนวนชั่วโมงที่ถูกกำหนดไว้ แต่สิ่งที่ผมเจ็บปวดก็คือ พ่อแม่ ผมลงทุนซื้ออุปกรณ์ตามระเบียบวิชาลูกเสือมาให้พร้อม เต็มยศชุดลูกเสือ ทั้งหมวก วอกเก้น ผ้าพันคอ ฯลฯ พอมาเจอเรื่องแบบนี้…(ผมแค่เด็ก ม.2 ก็พูดไม่ออก…)

มาวันนี้ ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ แค่เล่าให้ฟัง และขอบคุณกองร้อยพิเศษคนนั้น ที่ชื่อ ‘วิเชียร’ รร.นวมินทราชูทิศ กทม. (นมก.รุ่น 09) ที่มี อ.บุญยิ่ง เป็นอาจารย์ประจำวิชา ซึ่งทำให้ผมเจอเหตุการณ์อยุติธรรมในชีวิต และเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมเติบโตเข้มแข็งมาได้จนทุกวันนี้ครับ

ไม่รู้ว่า วันนี้ ‘วิเชียร’ เป็นอย่างไร มีสุขหรือสบายดีอย่างไร …ผมได้แต่หวังว่า วิเชียร คงไม่ทำเหตุการณ์ลักษณะนี้กับคนอื่น…เหมือนกับที่เคยทำกับผม และอยากจะบอกวิเชียรว่า ‘ถ้าวันนี้เราเจอกัน…ไม่ต้องหลบหน้าผม เหมือนตอน ม.3 แล้ว’

ทั้งหมดแค่สะท้อนการศึกษาไทย…ในยุคหนึ่ง ช่วงปี พ.ศ.2536-2539 น้องๆ นักเรียนก็ควรระวังด้วยนะไม่อยากให้เจอเรื่องราวแบบพี่ (ไม่สิ…ต้องใช้ว่า ปู่ กระมัง)

17/05/61น.ม.ก.09