จากที่อาจารย์ให้อ่าน Case ตัวอย่างจากรุ่นพี่ของผู้รับบริการจริง จาก Blog ทำให้ได้เรียนรู้ในการที่จะ Brief case สั้นๆสรุปออกมาภายใน 1 นาที โดยพูดออกมาได้ดังนี้ “ผู้รับบริการชื่อคุณยายมุ้ยเซียง อาศัยอยู่ที่บ้านพักผู้สูงอายุคามิลเลี่ยน ถูกวินิจฉัยเป็นโรค Stroke right hemiparesis ผู้รับบริการตัวเล็ก ผมสั้น ผิวขาว ดวงตาข้างขวาเหล่ขึ้นด้านบน แขนซ้ายและมือซ้ายหดเกร็งอาการแสดง ผู้รับบริการสามารถสื่อสารได้ ตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้บ้าง แต่บางครั้งพูดเบาไม่เป็นคำศัพท์ เพ้อ พูดไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้รับริการชอบคุยกับผู้คน มักจะยิ้มแย้มเมื่อมีคนมาคุยด้วย และชอบเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มRoutines และมักใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์ ในการประเมินครั้งแรกก็จะประเมินในเรื่อง Mental function Memory, Sensory function, ครั้งที่ 2 จะเป็นการทำกิจกรรมที่กระตุ้น orientation ด้านวันและเวลา โดยให้ดูปฏิทิน และบอกข้อมูลที่ถูกต้องซ้ำๆ ถามถึงวันสำคัญที่ชอบ และถามว่าเดือนนี้มีวันสำคัญอะไร กระตุ้นเกี่ยวกับการสื่อสาร พูดหรือถามเป็นประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย กระตุ้น Working memory โดยให้ผู้รับบริการเล่นเกมการ์ด และตรวจประเมินการทำ ADL โดยให้ทำให้ดูในสถานการณ์จริง เช่น การแปรงฟัน และใส่เสื้อผ้า สำหรับการวางแผนในการให้การบำบัดรักษา ได้มีการนำ frame เข้ามาช่วยในการวางแผน” ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการ Brief case ก็คือพูดสรุปเฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญออกมาให้กระชับและผู้ฟังเข้าใจง่าย จะแบ่งการ Brief case ออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นประวัติของคนไข้ ส่วนที่สองคือเนื้อหา และส่วนที่สาม10วิสุดท้าย ควรบอกว่า OT ควรทำอะไรต่อ และได้เรียนรู้จากอาจารย์ว่าเราต้องกล้าพูดออกมาก่อน เพราะไม่มีใครที่จะเพอร์เฟกต์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก เราจะต้องฝึกฝนแก้ไขข้อผิดพลาดของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการตั้งคำถามโดยใช้หลัก Three-Track Mind (Why-Because-How to) คือการฝึกตั้งคำถามแบบ Interactive เป็นคำถามที่เราใช้ถามผู้รับบริการหรือผู้ดูแล ซึ่งได้เรียนรู้จาก โดย Case ตัวอย่างจากรุ่นพี่ที่ได้ศึกษานี้ เป็นผู้รับบริการสูงอายุ เราจะเน้นถามผู้รับบริการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากการตั้งคำถามก็ได้ฝึกการใช้ถ้อยคำที่นอบน้อม เรียบเรียงคำถามให้ผู้รับบริการเข้าใจง่าย ซึ่งตอนแรกที่ตั้งคำถามไป อาจารย์ว่ายาวและกว้างไปต้องตั้งคำถามแบบเฉียบคม เจาะจงในสิ่งที่เราอยากจะรู้ เลยได้คำถามว่า “เวลาเดินมีอาการเกร็งมากขึ้นไหมคะ” เพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้น และสุดท้ายได้ฝึกการตั้งคำถามแบบ Procedural ซึ่งคำถามนี้เราสามารถตั้งคำถามเพื่อที่จะถามพี่ CI หรือถามทีมสหวิชาชีพได้ ซึ่งการตั้งคำถามทั้งสองแบบ เราต้องมีคำตอบในใจว่า เราถามไปเพื่ออะไร เราคาดหวังคำตอบอะไร ซึ่งคำตอบนั้นเราสามารถต่อยอดกับข้อมูลที่เรามีได้อย่างไร6323008 นางสาวอัญชลี กุมภาศรี (PTOT)