หลังจากได้ศึกษาCaseของคุณบีจากcaseที่รุ่นพี่ได้บันทึกเอาไว้ และได้ลองBrief caseให้อาจารย์ฟังภายใน 1 นาที โดยเนื้อหาต้องประกอบไปด้วยประวัติของผู้รับบริการ ตัวโรคที่ผู้รับบริการเป็น ความสามารถของผู้รับบริการ ประวัติการรักษา การออกแบบการรักษาต่าง ๆ โดยในคาบเรียนนี้เป็นคาบแรกที่ได้เรียนรู้ ได้ลองทำลองคิด ในตอนแรกมีความรู้สึกกดดันเล็กน้อยแต่อาจารย์ใจดีมาก เข้าใจ ไม่กดดัน และเปิดโอกาสให้ได้ลองพูดลองทำ ครั้งแรกที่ได้ลองพูดรู้สึกว่ายังจับจุดไม่ได้ว่าควรพูดอะไรไม่ควรพูดอะไร ทำให้ไม่สามารถพูดครบทันภายใน 1 นาทีได้ อาจารย์ได้มีการแนะนำว่าควรกระชับประเด็นและควรตัดการออกแบบการรักษาออกไปบ้าง เพราะเป็นการBrief caseให้รู้ภาพรวมซึ่งในส่วนของกิจกรรมการรักษา OT สามารถไปออกแบบกิจกรรมเองได้ ทำให้พอได้รับfeedbackกลับมาก็ทำให้เราเริ่มเห็นภาพรวมว่าเราควรให้ความสำคัญกับประเด็นไหนและได้ความรู้ในเรื่องอื่น อย่างเช่น การใช้คำศัพท์ทางการแพทย์บางคำเราสามารถใช้ทับศัพท์ได้เลย เช่น ชื่อโรค หรือการบอกถึงระดับความสามารถของผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้การbrief case กระชับมากขึ้น จากนั้นได้เรียนรู้ในการตั้งคำถามทั้งแบบProcedural และInteractive การถามแบบProcedural คือ การถามเพื่อต่อยอดความคิด แล้วสามารถนำเอาคำถามนั้นไปค้นหาคำตอบเพื่อนำมาใช้ในการบำบัดรักษาผู้รับบริการต่อไป คำถามที่ดิฉันตั้งคือ “มีวิธีการอย่างไรที่ทำให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบความเรียบร้อยหลังทำกิจกรรมได้?“ ซึ่งพอได้ตั้งคำถามทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นว่าเราควรตั้งคำถามเพื่อให้เราได้คิดต่อยอดต่อไป ซึ่งแตกต่างจากแบบInteractive ที่จะเป็นการถามเพื่อให้เข้าใจถึงจิตใจของผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจความรู้สึก ความต้องการหรือปัญหาต่าง ๆ โดยตรงจากตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการรักษาต่อไปนั้นเอง