กรกนก อนุวรรตน์วร 6223016 ประเมินความคิดบวกให้ตัวเอง80% สำหรับผลผลการประเมินความคิดบวกของอาจารย์คือ 70%การบันทึกเสียงเพื่อให้สมองมีสติคิดบวก จะเป็นคำสั้น ๆ คิดน้อย ๆ ไม่ได้เป็นการเล่าเรื่อง ถ้าอ่านแล้วดึงมาเล่า จะทำให้ลมหายใจสั้น จังหวะพูดเร็ว สมองตึงเครียดใช้ซีกซ้ายเหตุผลเยอะไป เรียก Fast Knowledge สมองซีกขวาจะประสานสมองส่วนหน้านำพาให้สมองอารมณ์สงบเร็ว มีสติเร็ว ถ้าพูดออกมาเป็นเสียงคล้ายสวดมนต์ ซ้ำสัก 3 รอบ คำพูดที่ควรบันทึก สมองจะระลึกได้ไม่เกิน 5 นาที เรียก Slow Knowledge ถ้าฝึกสติรับฟังมากกว่าคิดตาม จะได้สมาธิและสงบพร้อมกัน 

ความคิดเห็น : คิดว่าน้ำเสียงที่พูดออกไปเป็นน้ำเสียงมีโทนขึ้นลงมากเกินไป ขอบคุณอาจารย์ที่ให้คำแนะนำเรื่องการใช้คำสั้นๆ เพื่อให้ใช้สมองซีกซ้ายน้อยลง และการพูดเสียงให้โทนเสียงสม่ำเสมอจะทำให้สมองซีกขวาเชื่อมให้สมองส่วนหน้าคลายอารมณ์ให้สงบเร็วขึ้น การรับฟังมากกว่าคิดตาม คิดว่าการมีสติคิดบวก เราต้องตามความคิดอารมณ์ตัวเองให้ทัน ร่วมกับการรับฟังที่อาจารย์ป๊อปเสริม ให้ได้ทั้งความสงบและสมาธิค่ะ

แนะนำให้ดูหัวข้อการบันทึกคือ เสียงสติคิดบวก ถ้าคุณฟังเสียงบันทึกจะมีน้ำเสียงที่กังวาน มั่นใจ ฟังแล้วทำให้อารมณ์มั่นคง

คำพูดคิดบวกอยู่ในช่วง นาที 0.00-0.20 ดีมาก และ นาที 2.01-2.06 ดี ถ้าฟังดี ๆ คำพูดที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เรามีสติ คือ “เปิดใจ รับฟัง ขอบคุณที่คิดบวก วีซ่าทำได้”    

ความคิดเห็น : คำพูดที่คิดบวกนี้ ใช้สร้างกำลังใจให้ตัวเองทุกวัน พยายามจะปรับตามให้ประโยคกระชับสั้นขึ้น ตามที่อาจารย์แนะนำค่ะ

สมองจะเหนื่อยล้ากับข้อมูลที่อธิบายเยอะเกินไป สมองจะคิดลบ เมื่อได้ยินคำว่า ทำดีกว่าเมื่อวาน (เปรียบเทียบ) อาจจะไม่ ถ้าโกรธ ไม่ถูกใจ อย่าเป็นคน อย่ากลัว 

ความคิดเห็น : คิดว่าจะเปลี่ยนเป็น ทำดีในทุกๆวัน ให้น้ำเสียงมั่นใจมากขึ้น พูดให้ชัดเต็มเสียงมากขึ้นค่ะ แทนการใช้คำว่ามากกว่าเมื่อวานที่เป็นการเปรียบเทียบให้สมองคิดลบค่ะ