พรพิมล อ่อนคำ 6223027 ประเมินความคิดบวกของตนเอง = 40% ผลคะแนนความคิดบวกของอาจารย์ = 40% ซึ่งดิฉันได้พูดความคิดบวกในหัวข้อ ‘’เพิ่มความสุขมากขึ้น’’ แล้วได้รับความคิดเห็นจากอาจารย์มาดังนี้ : การบันทึกเสียงเพื่อความสุข จะเป็นคำสั้น ๆ คิดน้อย ๆ น้ำเสียงที่ใช้ดังชัดดี แต่จังหวะดูเร่งและหายใจเร็วไปนิดหนึ่ง เพราะเล่าเป็นเรื่องราว  สมองส่วนหน้ากับส่วนท้ายทอยจะเชื่อมช้าลงเมื่อเราพูดหลายประโยค  ถ้าจะเล่าเรื่อง แนะนำให้บันทึกเป็นคลิปหรือเขียนจะดีกว่าสมองจะเหนื่อยล้ากับข้อมูลที่อธิบายเยอะเกินไป ถ้าตัดออกจะทำให้การพูดในเสียงบันทึกดีมาก เช่น เราเก่ง (สมองไม่เปรียบเทียบเก่งหรือไม่เก่ง) การที่เราทำไปเรื่อยๆ ทำให้ชิน พยายามคิดบวก เหตุการณ์ไม่ดี (หลายครั้ง) แก้ปัญหาที่ไม่ดี คิดลบ สมองอารมณ์จะไวต่อคำว่า “ไม่ดี คิดลบ” และจะทำให้ใจตื่นตัว แนะนำให้ลืมตาแทนหลับตาแล้วพูดช้าๆ ไม่ต้องเล่าเรื่องในการบันทึกเสียงนี้ถอดคำพูดที่เหมาะบอกตัวคุณพรพิมลจะเพิ่มความสุข คือ “ยิ้มสู้ เราแก้ปัญหาได้ ใจเย็น สามรอบ”  •วิธีเพิ่มความคิดบวกของดิฉัน : จากการที่อาจารย์ได้วิเคราะห์ออกมา -ทำให้เห็นว่าควรเปลี่ยนจากการที่หลับตาแล้วพูดให้กำลังใจตัวเอง เป็นการลืมตาดีกว่า เพื่อให้ได้อยู่กับปัจจุบัน ฝึกให้ใจไม่ตื่นตัวกับเหตุการณ์ที่ไม่ดี เพื่อให้เมื่อได้เจอเหตุการณ์หรือคำว่าไม่ดี คิดลบแล้วตื่นตัว โดยไม่ต้องหลับตาแต่ได้มองเห็นความเป็นจริงในขณะนั้นเลย -ทำการปรับสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่นสภาพห้องให้สบายตา เป็นแบบที่ชอบ เพื่อให้ตัวเองนั้นมีความคิดบวกได้ง่ายขึ้นเพราะมันจะช่วยให้จิตใจเราสงบและมีความสุขกับเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น ได้คิดบวกเสริมแรงบวกให้ตัวเองจากสภาพแวดล้อมรอบตัวของตนเองที่สามารถเริ่มได้ที่ตนเองเป็นการทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เอื้อต่อการคิดบวกในชีวิตได้-เวลาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการการคิดบวก ก็จะพูดให้กำลังใจตัวเอง โดยการที่พยายามค่อยๆพูด ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้จิตและสมองได้ไตร่ตรองและมีสมาธิที่จะค่อยๆเรียนและรับรู้เรื่องราวต่างๆมากขึ้น เพื่อให้ได้เรียบเรียงเรื่องราวเพื่อให้เกิดเป็นความคิดบวกในเรื่องนั้นๆได้ง่ายขึ้น ไม่ฟุ้งซ่าน คิดเยอะคิดมากไป เกิดเป็นความคิดที่อาจไม่เป็นประโยชน์หรือเผลอผุดความคิดลบขึ้นมาในขณะนั้น จนทำให้ไม่เกิดความคิดบวกแล้วไม่มีความสุข