ธวัลรัตน์ เรืองวีระชัยกุล 6223010มีสติคิดบวก พูดเพื่อให้กำลังใจตนเองให้คิดบวกเกี่ยวกับการเงินทางบ้าน รายรับลดลงกะทันหัน ก่อนตัดสินใจพูดรู้สึกเหนื่อยและท้อแท้มาก มีความคิดลบกับตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงปัญหา เปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น รายรับไม่พอรายจ่าย จำเป็นต้องวางแผนการใช้จ่ายใหม่ครั้งที่1 ประเมินความคิดบวกจากอาจารย์ 40% ดังภาพแนบ(1)เห็นด้วยกับผลการประเมิน ประเมินความคิดบวกด้วยตนเอง 30% เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองมีความคิดลบจริง ทางด้านอารมณ์รู้สึกเศร้าเมื่อพูดถึงปัญหา ยังคงมีสติพยายามคิดแก้ไขปัญหาแต่ยังใช้วิธีแบบเดิมๆ จมกับอดีตมากเกินไป
วิธีเพิ่มความคิดบวกทางกิจกรรมบำบัด(1) รู้สติในสมองสมดุลเพื่อการบำบัด เรียนรู้อยู่กับปัจจุบัน ทุกวัน 1 นาที จงพูดกับตัวเองในปัจจุบันขณะ เราตั้งใจจะทําดีเรื่องอะไรในวันนี้ ไม่คิดเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นที่ดีหรือด้อยกว่า ทุกวัน 3 นาที หลับตา หายใจเข้าออกช้า ๆ นิ่งคิดตอบ เรากังวลเรื่องอะไร กังวลว่าเงินค่าใช้จ่ายจะไม่เพียงพอ 5 นาที ลืมตา เขียนตอบ ปัญหาชีวิตท่ีเราจะวิจัยเรียนรู้…สู้แก้ไขด้วยวิธีการ อย่างไร มองหาหนทางแก้ไขปัญหาทีละส่วน ไม่กดดันตนเอง เช่น แพลนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า บันทึกการใช้เงิน , หารายได้เสริมขายของออนไลน์(2) Positive self talk ทวนคําพูดพร้อมการปรับคําพูดให้มีความหมายบวกเพื่อเชิญชวนให้ผู้รับบริการเรียนรู้คิดทบทวนใหม่นําความรู้เก่าไม่เป็นประโยชน์ออกจนเกิดทัศนคติใหม่ เช่น ฉันจะพยายามทำให้ได้ (กลัวความผิดพลาด) ปรับเป็น ขอฉันตั้งใจลองพยายามทําให้ดี (เรียนรู้จากความผิดพลาด)“ขอฉันตั้งใจลองพยายามวางแผนค่าใช้จ่ายทำให้ดี” การทำ positive self talk ทำให้ได้ feedback ตนเอง ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เสริมสร้างความมั่นใจ คิดบวกมากขึ้น(2) ทำกิจกรรมใหม่ๆที่ไม่เคยทำเพื่อผ่อนคลายและเกิด positive emotional ป้องกันอารมณ์เศร้า เช่น กิจกรรมออกกำลังกายเต้นแอโรบิค 30 นาที(3) ใช้เหตุผลวางแผนทำดีเชื่อมั่นคุณค่าของตนเองด้วยการ ฝึกลด-ละ-เลิกคิดลบ 5 อย่าง (คิดแทน คิดวนอดีต คิดกลัวอนาคต คิดตัดสินถูกผิด คิดน้อยใจ) ต่อด้วยการฝึกพูด 5 ขอ อย่างสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน (ขอบคุณ ขอโทษ ขออภัย ขอร้อง ขออนุญาต) พร้อมฝึกฝนใจตัวเอง ใน 5 นาที ได้แก่• พูดคําว่า “ทําอะไรได้บ้าง” แทนคําว่า “ไม่ควรทํา-ต้องทํา”
• พูดคําว่า “จะทําอย่างไร” แทนคําว่า “ทําไมถึงทําแบบนี้” • พูดคําว่า “ลองทําดู” แทนคําว่า “ไม่รู้-ไม่เคยทํา-ไม่อยากทํา”“เราจะหายกังวล มั่นใจ เราจะลองวางแผนการเงินให้สำเร็จตามตั้งใจ”เปล่งเสียงก้องกังวานช้าๆ 3 รอบเพื่อให้สุขใจคิดบวกเพิ่มขึ้น(4) จากข้อ1-3 ลงมือทำจริงเพื่อให้เกิด self-confident มากขึ้น เกิดความมั่นใจในตนเองลดความกังวลที่เกิดขึ้น บันทึกรายรับรายจ่ายสม่ำเสมอ วางแพลนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เริ่มอดออมเงิน หารายได้เพิ่มเช่น ขายสินค้าออนไลน์ วางแผนการเงินดังนี้ 1.กำหนดงบประมาณในการใช้เงินต่อวัน หากใช้เกินให้หักลบ maximum ของวันถัดไป (ใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค)2.หากใช้ไม่ครบงบประมาณนำเงินมาออม3.ยับยั้งชั่งใจ งดซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยหรือของที่ต้องการอื่นๆ4.ลิสต์รายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเช่น ค่าหอ ค่าซักผ้า และเก็บเงินบางส่วนแบ่งไว้ล่วงหน้าร่วมกับหารายได้เพิ่มเติมเช่น ขายเสื้อผ้ามือสอง เพื่อให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น
ครั้งที่2 ประเมินความคิดจากอาจารย์หลังทดลองใช้วิธีเพิ่มความคิดบวก 7 วันเพิ่มขึ้น 10% ดังภาพแนบ(2)ผลประเมินความคิดบวกด้วยตัวเอง 60% เนื่องจากทำตามแผนสำเร็จเห็นผลลัพธ์จริง มีความรู้สึกที่ดีขึ้นมาก มีสติในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น คิดลบกับตนเองน้อยลงว่าตนเองทำไม่ได้ แต่ควรเพิ่มความมั่นใจให้ตนเองมากกว่านี้
อ้างอิงจากหนังสือกิจกรรมดำเนินชีวิตจิตเมตตา , ผศ.ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง Aerobic exercise enhances positive emotional reactivity in individuals with depressive symptoms: Evidence from neural responses to reward and emotional content (https://doi.org/10.1016/j.mhpa.2020.100339)