Assignment 10% ธวัลรัตน์ เรืองวีระชัยกุล 6223010

ผู้รับบริการ GAD (General anxiety disorder) มีอาการวิตกกังวลนาน 6 เดือนขึ้นไป มีอย่างน้อย 1 อาการต่อไปนี้ มีความยากลำบากที่จะจัดการความกังวลของตนเอง มีความร้อนรนหรือวิตกมากเกินไป เหนื่อยล้าง่าย คงความสนใจได้ยากหรือความคิดหายไป (mind going blank) , หงุดหงิดง่าย , มีภาวะ muscle tension กล้ามเนื้อตึงมากเกินไป , มีปัญหาเรื่องการนอน (DSM-5) โดยที่ความวิตกกังวลส่งผลต่อการทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ยับยั้งการเริ่มต้นทำกิจกรรม ความกลัวที่จะผิดหวังหรือล้มเหลว ติดความสมบูรณ์แบบ และไม่มีสาเหตุจากโรคจิตเวชอื่น/สาเหตุทางกาย/การใช้ยาเสพติดความวิตกกังวลมากเกินไป การประเมิน สามารถเริ่มประเมินได้จากการประเมินทักษะอภิปัญญาที่มีโครงสร้างแน่นอนเพื่อทราบแนวทางการพัฒนาสมองส่วนหน้าด้านการบริหารจัดการความคิด อารมณ์และการกระทำดำเนินชีวิตได้ต่อมาทำการประเมินแบบกึ่งโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนแปลงจิตใต้สำนึก ชวนเคาะคลายอารมณ์ลบและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ[อ้างอิงจากบทที่ 5 สมดุลสมองเพื่อการบำบัด หัวข้อที่5.5.3 การประยุกต์ หัวข้อการกระทำ หน้าที่85-86]อีกแนวทางหนึ่งอาจประเมินโดยการทํากิจกรรมแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม (semi structure activity / stucture activity) เพื่อสังเกต process skill and social interaction skill,mental functions รวมถึง psychosocial performance เช่น การแก้ปัญหา ความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง ความมั่นใจ การเผชิญกับส่ิงท่ีกังวลทีละน้อย ตัวอย่าง กิจกรรมงานปั้น [อ้างอิงจากบทที่ 5 สมดุลสมองเพื่อการบำบัด หัวข้อที่5.3 ความเข้าใจ หน้าที่81-82] กิจกรรมการปั้นดินอย่างอิสระ การเริ่มต้น จดจ่อและหยุดทำกิจกรรม ความคิดนึกถึงชอบ/ไม่ชอบ เกิดการเรียนรู้อะไรจากการปั้น ประเมินทักษะจิตสังคมขณะปั้นดิน อ้างอิงการสังเกตพฤติกรรมตามการตรวจสอบสภาพจิตที่สำคัญ (mental status examination) วิเคราะห์ความสามารถขณะปั้นดินอ้างอิงการประเมินครอบคลุมทั้งกิจกรรมบำบัด (comprehensive occupational therapy evaluation, COTE) วิเคราะห์ผลงานหลังปั้นดินผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบตั้งคำถามปลายเปิดพร้อมคำชื่นชม ซึ่งสามารถนำไปสู่กิจกรรม semi structure activity เพื่อการฝึกและการบำบัด ค้นหา volition ของผู้รับบริการ เสริมสร้างกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมได้โดยไม่รู้สึกว่าตนเองจะทําไม่สําเร็จหรือ ล้มเหลว สามารถคาดเดาได้ ค่อยเพิ่มความหลากหลายหรือความแปลกใหม่ ร่วมกับมีการใช้ Relaxation techniques and positive self-talk เพื่อจัดการความเครียดความกังวล [อ้างอิงจากบทที่ 4 การสื่อสารเพื่อการบำบัด หัวข้อที่ 4.2.3 การประยุกต์ กิจกรรม”คิด เครียด คลาย” หน้าที่55-60] ทําให้สมอง ตื่นตัวและสั่งการให้ร่างกายทํางานอย่างท้าทาย เกิดการเรียนรู้ด้วยความคิดบวก ทําให้จิตเข้มแข็ง ภายในตัวเอง ร่างกายแข็งแรง สื่อสารออกมาด้วยใจผ่อนคลาย มีอารมณ์อ่อนโยน และช่วยเหลือ ผู้อื่นด้วยความจริงใจ ด้วยวิธี “STRESS” ประกอบด้วย วัดใจตัวเอง (self-test) พักผ่อน (rest) สบาย (ease) รู้สึก (sense) แลกเปลี่ยน (share) ดังต่อไปนี้(1) วัดใจตัวเองโดยฝึกจิตสํานึกวัดชีพจร อัตราการหายใจด้วยตัวเองและทดสอบจัดการความกลัวด้วยตนเอง (2)พักผ่อน โดยใช้ท่าบริหารตา ระลึกย้อนกลับไปวัยเด็กเขียนกิจกรรมความสุข MAGIC(3)สบาย กิจกรรมฟังเพลงมนตราบำบัด , กิจกรรมนั่งสบายสงวนพลังงาน(4)รู้สึก ออกกำลังคิดจิตกาย , วิธีหายใจทางปากกรณีที่รับรู้สึกเครียดมาก, และเทคนิคหายใจแบบ 4-7-8 สำหรับภาวะนอนไม่หลับ(5)แลกเปลี่ยน กิจกรรมฝึกสติกับสมองส่วนหน้า