Assignment 10% อยุทธ์เจตน์ ล้อเรืองสิน 6223003ผู้รับบริการชาย อายุ30 ปี อาชีพพนักงานออฟฟิศ มีภาวะซึ้มเศร้าใน Bipolar ( MDD in Bipolar disorder)มีอาการดังต่อไปนี้1เศร้าทั้งวันเกือบทุกวันตนเองรู้สึกได้และคนอื่นเห็นมามากกว่า 2 สัปดาห์2ไม่สนใจกิจกรรม งาน ที่เคยทำเป็นประจำมามากกว่า 2 สัปดาห์3ทำกิจกรรมต่างๆอย่างเชื่องช้า4รู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียไม่มีแรงจะทำกิจกรรมต่างๆ5รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าไม่มีความสามารถ6คิดเรื่องการวางแผนที่จะฆ่าตัวตายโดยการรมควันตนเองในห้องพักแต่ยังไม่ได้ทำ-เมื่อได้เจอกับผู้รับบริการเริ่มต้นด้วยการสวัสดีทักทายแนะนำตนเองด้วยความเป็นมิตรพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มและแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่จะช่วยเหลืออย่างแท้จริง ขออณุญาตวัดชีพจรผู้รับบริการที่มีข้อมือท้างสองข้างและอาจให้ผู้รับบริการได้ลองจับชีพจรของตนเองและบอกผลที่วัดได้ดูว่าทั้งสองข้างเต้นเร็วเท่ากันไหมหากชีพจรข้างที่ถนัดเต้นเร็วกว่าจะบ่งบอกได้ว่าผู้รับบริการนี้มีอาการวิตกกังวลร่วมด้วย และที่สำคัญคือผู้บำบัดควรสอบถามและเก็บข้อมูลความคิดที่อยากจะฆ่าตัวตายของผู้รับบริการทั้งเหตุจูงใจ ความรู้สึกของตอนที่คิด มีปัจจัยใดที่ทำให้เริ่มคิดแบบนั้น วางแผนจะทำด้วยวิธีใดและสาเหตุใดจึงเลือกใช้วิธีนั้นจากนั้นจึงเริ่มการประเมิณสัมภาษณ์ความคิดเชิงระบบและพฤติกรรมที่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการโดยอ้างอิงจากMOHO & Meta model อ้างอิงจากบทที่6การเอาใจใส่เพื่อการบำบัดหัวข้อที่6.2.2-6.2.3 โดยจะแบ่งออกเป็นสามหัวข้อหลักคือระบบเจตจำนง,ระบบพฤตินิสัยและระบบความสามารถ ซึ่งในความจริงนั้นมีคำถามอยู่หลายข้อแต่ในที่นี้จะถามคำถามเท่าที่จำเป็นและอยู่ในหัวข้อที่ผู้บำบัดต้องการข้อมูลในหัวข้อนั้นๆ ในเคสนี้จะถามคำถามดังนี้ 1คุณคิดอย่างไรเมื่อลองทําสิ่งใหม่จะประสบผลสําเร็จได้มั้ย 2สิ่งที่ถูกต้องที่คุณกําลังทําคืออะไร3อะไรที่จะทํา ให้คุณมีคุณค่ามากขึ้น4คุณชอบออกแรงพยายามทําอะไรยากๆ บ้าง5คุณเชื่อมั่นในพฤติกรรมที่กําลังทําอะไรเพื่อใครบ้าง6คุณมีความคิดตัดสินใจ ริเริ่ม เป็นลําดับ สืบค้น หรือปรับตัวได้ดีไหม7มีอะไรที่อยากปรับปรุงได้ดีขึ้นไหม ซึ่งการสัมภาษณ์นี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้องค์ประกอบความคิดเจตจำนงค์ภายในตนเองเกิดสุนทรียสนทนาและสุนทรียภาพการเปลี่ยนแปลงตนเอง ยังเป็นการให้ผู้บำบัดได้สังเกตุพฤติกรรม ท่าทาง การใช้คำพูด น้ำเสียง ความคิดเชิงระบบ ความรู้ ความเชื่อ การให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ สามารถบ่งบอกได้ถึงระดับของอารมณ์(Mood)และสภาวะทางจิตของผู้รับบริการนอกจากนี้หากผู้รับบริการมีการคงสมาธิในการตอบคำถามได้ไม่ดีก็อาจจะเป็นที่มาจากการมีความคิดที่วกวนอยู่ในสมองอาจเป็นความคิดลบที่ไปกระทบสมองส่วนอะมิกดาลาที่เป็นเหมือนตัวเซนเซอร์ส่งผลให้คลื่นสมองของสภาพจิตมีสมาธิที่ลดลงอ้างอิงจากบทที่6.2.1-ต่อมาหลังจากที่ได้สัมภาษณ์และรู้ได้ว่าผู้รับบริการมีอาการซึมเศร้าวิตกกังวลSemi-structure activityแรกจะเป็นการฝึกการรับรู้อารมณ์ (Emotional perception) เป็นการปฏิบัติกำหนดลมหายใจเป็นฐานสมมติเพื่อฝึกฝนให้คิดน้อยๆคลายอารมณ์ตึงเครียดลบเพิ่มระดับสติสัมปชัญญะปรับอารมณ์ให้พร้อมในการปรับปรุงตนเองในการดำเนินชีวิตและพร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมต่อไป กิจกรรมนี้อ้างอิงจากบทที่2การเรียนรู้เพื่อการบำบัดหัวข้อที่2.2.3 โดยเราเลือกที่จะใช้วิธีรับมือกับความเศร้าที่ฐานหัวใจ(เป็นจุดของความเหงาเบื่อซึมเฌื่อยชา) ผู้บำบัดจะบอกให้ผู้รับบริการนั่งหายใจเข้าลึกๆและกลั้นลมหายใจเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกทำซ้ำๆจนเริ่มมีเหงื่อออกให้ลุกขึ้นยืนหายใจเข้าลึกๆและกลั้นเอาไว้ให้ได้นานที่สุดจึงค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา ต่อด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งกดนวดเบาๆที่ติ่งหูทั้งสองข้าง-เมื่อเสร็จสิ้นการปรับอารมณ์ผู้บำบัดจะให้ผู้รับบริการทำSemi-structured activity ที่สองคือกิจกรรมการตัดแปะรูปในหัวข้อ “สิ่งที่ฉันชอบ” อ้างอิงจากหัวข้อที่ 6.3.3 โดยกิจกรรมนี้จะเป็นกิจกรรมที่จะทำร่วมกันกับ OTคนอื่นๆที่มีอายุใกล้เคียงกับตัวผู้รับบริการทำกิจกรรมร่วมด้วยประมาณ3-4คน โดยใช้อุปกรณ์คือกระดาษสีต่างขนาด12x18นิ้ว กาว(แท่งหรือน้ำก็ได้) กรรไกร และนิตยสารหรือหนังสือภาพหลายชนิด โดยจะเริ่มด้วยการให้ผู้รับบริการเลือกกระดาษสีที่จะเป็นพื้นหลังของภาพจากนั้นให้ผู้รับบริการเลือกตัดหรือฉีกรูปจากนิตยสารได้ตามสะดวกและนำมาตัดแปะปะติดปะต่อกันเป็นรูปภาพที่ต้องการลงบนพื้นหลังที่เลือกเอาไว้ เมื่อผู้บำบัดสังเกตเห็นว่าผู้รับบริการทำเสร็จเรียบร้อยให้ถามว่าเสร็จแล้วใช่หรือไม่ ถ้าหากว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ตัวผู้รับบริการได้ลองเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาพที่เขาได้ทำออกมา อาจมีการถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะทำรูปนี้และให้ผู้รับบริการได้Feedbackความรู้สึกของตัวเองในการทำกิจกรรมในวันนี้ว่ารู้สึกอย่างไรทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรมรวมไปถึงรู้สึกอย่างไรที่ได้ทำกิจกรรมนี้ร่วมกับคนอื่นๆ ซึ่งในกิจกรรมนี้ผู้บำบัดจะได้ประเมิณในหลากหลายด้านโดยเฉพาะความตั้งใจจดจ่อในการทำกิจกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ความเหมาะสมในการตั้งชื่อภาพ ความสมดุล การให้คุณค่าและความชื่นชอบส่วนตัวซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ต่อยอดกิจกรรมอื่นๆเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจที่มากขึ้นในการทำกิจกรรมต่างๆให้แก่ตัวผู้รับบริการ และยังทำให้ผู้บำบัดสามารถประเมิณทักษะทางสังคมของตัวผู้รับบริการผ่านการทำกิจกรรมนี้ร่วมกับผู้อื่นได้ออกเป็น5ระดับได้แก่ 1กลุ่มคู่ขนาน(Parallel group) อยู่ในกลุ่มได้แต่สับสนเงียบเฉยต้องการการกระตุ้นให้ทำกิจกรรม2กลุ่มผลงาน(Project group) ทำกิจกรรมกลุ่มได้ต้องกระตุ้นให้ไม่อึดอัดที่จะทำงานกับคนอื่น3กลุ่มช่วยกันคิดกันทำ(Egocentric cooperative group) ทำกิจกรรมกลุ่มได้แต่ต้องกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นหรือรับฟังผู้อื่น4กลุ่มอารมณ์ร่วม(Cooperative group) ทำกิจกรรมกลุ่มได้แต่ต้องกระตุ้นให้แสดงการรับรู้สึกทั้งบวกและลบ5กลุ่มวุฒิภาวะ(Mature group) ช่วยตนเองและผู้อื่นขณะทำกิจกรรมได้อาจต้องกระตุ้นการแสดงบทบาทผู้ให้กำลังใจ ผู้สอนฯลฯ